| วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ (-/-/D) |
| กรุงเทพฯ - ฮานอย - ฮาลอง |
| 11.00 น. |
พร้อมคณะที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์เช็คอินแถว P สายการบินไทย Air France อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 7 – 8 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน |
| 13.15 น. |
ออกเดินทางสู่กรุงฮานอย เที่ยวบินที่ AF 174 |
| 15.05 น. |
ถึง สนามบินนอยไบ กรุงฮานอย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อ่าวฮาลอง จังหวัดกวางนิงห์ ที่ได้รับการสถาปนาให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งมีความหมายถึงดินแดนที่มังกรดำดิ่งลงสู่ท้องทะเล ระหว่างทางแวะจอดพักที่ศูนย์ศิลปหัตถกรรมห่ายเยือง ชมศิลปะการปักไหม และภาพเขียน แล้วเดินทางต่อสู่เมืองฮาลอง |
| 19.00 น. |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังจากอิ่มจากอาหารเย็นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Van Hai Hotel หรือเทียบเท่า พาท่านช๊อปปิ้งที่ Night market ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกและสินค้าพื้นเมืองในราคาที่ไม่แพง (ขึ้นอยู่กับการต่อรองราคาและเทคนิคของแต่ละท่าน) ท่านอาจเลือกนั่งรถม้า หรือรถสามล้อเวียดนามชมเมืองฮาลองยามค่ำคืน หลังจากนั้นเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| วันที่สอง ของการเดินทาง (B/L/D) |
| อ่าวฮาลอง – ล่องเรือชมทัศนียภาพ รอบอ่าวฮาลอง – ขึ้นเกาะชมถ้ำนางฟ้า – ชมหมู่บ้านชาวเล – อาหารซีฟู้ด – ฮานอย – ทะเลสาปคืนดาบ – สะพานแสงอาทิตย์ – วัดเนินหยก (วัดหงอกเซิน) - โชว์หุ่น กระบอกน้ำ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 8.00 น. |
นำท่าน เดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อ ล่องเรือ ชมความงามตามธรรมชาติ ที่สรรค์ สร้างด้วยความงดงามดังภาพวาดโดยจิตกรเอก อ่าวฮาลองประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 1900 เกาะ ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” โดยองค์การยูเนสโก” อ่าวแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนมากมาย ระหว่างการล่องเรือท่านจะได้ชมความงามของเกาะแก่งต่าง ๆ ทั้งเกาะหมา เกาะแมว เกาะไก่ชน ฯลฯ นำท่านชม ถ้ำนางฟ้า ชมหินงอกหินย้อยมากมาย ล้วนแต่สวยงามและน่าประทับใจยิ่งนัก ถ้ำแห่งนี้เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประดับแสงสีตามผนังและมุมต่าง ๆ ในถ้ำ ซึ่งบรรยากาศภายในถ้ำท่านจะชมความสวยงามตามธรรมชาติที่เสริมเติมแต่งโดยมนุษย์ แสงสีที่ลงตัวทำให้เกิดจินตนาการรูปร่างต่าง ๆ มากมาย ทั้ง รูปมังกร เสาค้ำฟ้าทั้ง 4 เสา รูปปีกอินทรี รูปนางฟ้า รูปคู่รักหนุ่มสาว พระพุทธรูป ฯลฯ ตลอดจนเลือกซื้อสิ้นค้าที่ระลึกต่างๆ ตามอัธยาศัย แล้วนำท่าน ชมหมู่บ้านชาวเล ซึ่งชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ทะเล ชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเขาจะอยู่แต่ในเรือ เวลาที่มีเรือท่องเที่ยวผ่านเข้ามาพวกเขาก็จะนำเรือของพวกเขาที่บรรทุกอาหารทะเลสารพัดชนิดทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ อยู่เต็มลำเรือ ซึ่งล้วนแต่ยังเป็นๆสดๆอยู่ทั้งนั้น คอยลอยเทียบเข้าหาเรือนักท่องเที่ยวเพื่อขายอาหารทะเลให้แก่นักท่องเที่ยว
บริการอาหารกลางวัน บนเรือ (อาหารทะเล พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด รสแซ่บ จากเมืองไทย) |
| 13.00 น. |
ถึงท่าเทียบเรืออ่าวฮาลอง นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงฮานอย ระหว่างทางท่าน จะได้สัมผัสชีวิตชนบทของชาวเวียดนาม แวะเข้าห้องน้ำ และเชิญท่านรับบริการนวดเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยจากการเดินทางฟรี หลังจากนั้นนำท่านชิมขนมพื้นเมือง และซื้อเป็นของฝากระหว่างทางได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางต่อ นำท่านชม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบใจกลางเมืองเก่าที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในกรุงฮานอย มีเรื่องเล่าต่อเนื่องกันมายาวนานว่า พระเจ้าเลไทโตได้รับดาบวิเศษมาใช้ในการต่อสู้กับพวกหมิง จากจีนในปี พ.ศ.1961-1971 เป็นเวลา 10 ปี หลังจากได้ชัยชนะ ปลดปล่อยประเทศให้เป็นอิสระแล้ว พระองค์ได้เสด็จลงเรือไปกลางทะเลสาบแห่งนี้ เพื่อจะคืนดาบวิเศษแก่เต่าศักดิ์สิทธิ์สักครู่หนึ่ง เต่าก็ขึ้นมารับดาบจากพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วดำน้ำหายลงไปในทะเลสาบ อันเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบแห่งนี้และมีหอคอยเล็กๆชื่อว่า“หอคอยเต่า” อยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ และยังมีเต่าตัวใหญ่ อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ด้วยมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านข้ามสะพานแสงอาทิตย์สู่เกาะหยก ชม วัดเนินหยก ซึ่งเป็นวัดอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวเวียดนาม ประดิษฐานรูปเคารพเจ้าพ่อกวนอู และขงจื้อพร้อมศิษย์ และที่อาคารหลังเล็กมีซากเต่าตัวใหญ่สตัฟฟ์ไว้ให้ชม 1 ตัว พร้อมดาบศักดิ์สิทธิ์จำลอง 1 เล่ม ใส่ตู้กระจกไว้ใกล้กัน |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม การแสดงหุ่นกระบอกน้ำ หรือการเชิดหุ่นกระบอกแบบพื้นบ้าน ที่แสดงถึงการบรรยายชีวิตเทพนิยายที่ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแท้ๆ ของเวียดนาม แสดงพร้อมด้วยวงดนตรีพื้นเมืองบรรเลงประกอบ ที่หาชมได้เฉพาะในประเทศเวียดนามเท่านั้น นำท่านเข้าสู่ที่พัก CWD HOTEL หรือเทียบเท่า เชิญท่านอิสระตามอัธยาศัย หากท่านยังไม่ง่วงนอน ท่านสามารถช๊อปปิ้งบนถนนคนเดิน (ถนน 36 สาย) ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮานอย ซึ่งจะปิดบริการประมาณ 24.00น. (เฉพาะ คืนวันศุกร์ – อาทิตย์) หลังจากนั้นเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| วันที่สาม ของการเดินทาง (B/L/D) |
สุสานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ – ทำเนียบประธานาธิบดี – บ้านพักอาศัยลุงโฮ - วัดเจดีย์เสาเดียว - ช้อปปิ้งถนน 36 สาย- พิพิธภัณฑ์ทหาร |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.30 น. |
นำท่านของเดินทางชมตัวเมืองฮานอย นครหลวงเก่าแก่ ซึ่งจะมีอายุครบ 1000 ปีในปี ค.ศ. 2010 กรุงฮานอยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม ซึ่งเมืองแห่งนี้ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างเหนียวแน่น ชมสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ตึก อาคารที่สำคัญต่าง ยังคงเป็นการก่อสร้าง สไตล์ ฝรั่งเศส ต้นไม้สองข้างทางอายุกว่าร้อยปี ให้ความร่มรื่น และสบายตายิ่งนัก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จตุรัสบาดิงห์ บนถนนเดียนเบียนฟู ณ จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่โฮจิมินห์ได้อ่านคำประกาศอิสรภาพของเวียดนามพ้นจากฝรั่งเศส ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสอยู่ถึง 48 ปี นำท่านชม สุสานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วีรบุรุษตลอดกาลของชาวเวียดนาม ผู้ที่รวมเวียดนามเป็นประเทศ และยังเป็นผู้ประกาศเอกราชให้กับประเทศเวียดนาม ภายในสุสานบรรจุศพท่านประธานาธิบดี ซึ่งได้ทำการเก็บรักษาศพไว้เป็นอย่าง ไม่ให้เน่าเปื่อย โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแล และค่อนข้างเข้มงวด (สามารถเข้าชมได้กรณีที่เปิดให้เข้าชม) จากนั้นนำท่านชม ทำเนียบประธานาธิบดี ที่ทางรัฐบาลเวียดนามสร้างให้ ท่านโฮจิมินห์ แต่ท่านไม่อยู่ ท่านเลือกที่จะอยู่บ้านไม้ หลังเล็ก ซึ่งอยู่หลังทำเนียบแทน ทำเนียบแห่งนี้ จึงเป็นสถานที่รับแขกบ้านแขกเมืองแทนชม วัดเจดีย์เสาเดียว วัดรูปทรงดอกบัว ตั้งอยู่กลางสระบัว วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้แก่ เจ้าแม่กวนอิม โดยตำนานได้กล่าวว่า ได้มีกษัตริย์องค์หนึ่งอยากได้พระโอรสมาก และรอมาเป็นเวลานาน ยังคงไม่สมหวังสักที จนคืนหนึ่งได้สุบิน เห็นพระโพธิสัตว์กวนอิม ได้มาปรากฏที่สระดอกบัวและได้ประทานโอรสให้กับพระองค์ หลังจากนั้นไม่นาน พระองค์ก็ได้มีพระโอรส สมใจ จึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น กลางสระบัวเพื่อเป็นการขอบคุณพระโพธิสัตว์กวนอิม |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ทหาร สถานที่แสดงประวัติศาสตร์การทหาร ตั้งแต่สงครามปลดแอกที่เดียนเบียนฟู จนมาถึงล่าสุดสงครามเวียดนาม ท่านจะได้เห็นอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ยึดมาได้ตั้งแต่เครื่องบิน, รถถัง, ปืนใหญ่ ฯลฯ นำท่านเลือกซื้อของฝากและของที่ระลึกบริเวณย่าน ถนนสามสิบหกสาย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยถนนแต่ละสายจะขายของแตกต่างกัน แยกประเภทได้ชัดเจน สามารถเดินซื้อกันได้อย่างจุใจ ร้านเหล่านี้จะมีทั้งร้านของรัฐบาลและร้านของชาวบ้าน ราคาสินค้าในร้านของรัฐบาลจะแพงกว่า แต่มีคุณภาพรับประกันได้ว่าไม่มีปัญหา และจะต่อรองราคาไม่ได้ สินค้าที่น่าสนใจได้แก่ ผ้าปูโต๊ะ ปลอกหมอน ผ้าคลุมเตียง ผ้ารองแก้ว รองจาน เสื้อคลุมผ้าไหม ราคาถูก ประณีต ลวดลายสวยงาม เครื่องดนตรีทำจากไม้ไผ่ก็น่าสนใจ ทั้งเครื่องเคาะ ซีโลโฟน เครื่องเขิน หมวกงอบญวน เซรามิก ไม้แกะสลัก ภาพเขียนบนผืนผ้า หน้ากากทำจากกระด้งไม้ไผ่ ภาพประดับทำจากเปลือกไข่ เรือสำเภาไม้จำลอง |
| 18.00 น. |
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร..... หลังอาหารนำท่านกลับสู่ที่พัก เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| วันที่สี่ ของการเดินทาง (B/L/D) |
วัดวันเมียว (วิหารวรรณกรรม) TRAN QUOC PAGODA- ตลาดด่องเซิน |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก |
| 08.30 น. |
นำท่านชม วัดวันเมียว หรือ วิหารวรรณกรรม ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนามสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1613 ในอดีตใช้เป็นที่สอบคัดเลือกจอหงวน เพื่อเข้ารับราชการ ต่อมามีการเปิดให้มีการสอนสำหรับบุคคลทั่วไปด้วย หลังจากนั้นนำท่านสู่วัด TRAN QUOC PAGODA ซึ่งเป็นวัดพุทธนิกายมหายานที่มีความเก่าแก่ที่สุดในฮานอย |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านช๊อปปิ้ง ตลาดด่องเซิน เป็นย่านสินค้าขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในฮานอย ท่านสามารถเลือกหาซื้อสินค้าจำนวนมากในราคาที่ถูก (แล้วแต่ความสามารถของท่าน) ในตลาดแห่งนี้ |
| 17.00 น. |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่สนามบินนอยไบ กรุงฮานอย |
| 19.30 น. |
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Air France เที่ยวบินที่ AF 173 |
| 21.20 น |
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 2 โดยสวัสดิภาพและ ประทับใจ |
| |
|
1. ค่าตั๋วเครื่องบินตามระบุในโปรแกรม
2.
ค่าที่พัก ตามที่ระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน)
3.
ค่ารถบัสปรับอากาศ และค่าเรือ
4.
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ พร้อมบริการเครื่องดื่มบนรถ
5.
ค่าบริการและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรม พร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่นบรรยายภาษาไทย
6.
ค่าประกันการเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
7.
ภาษีสนามบินทั้งไทยและเวียดนาม
8.
ค่าบริการฝากสัมภาระลงใต้ท้องเครื่อง ท่านละ 1 ใบ และไม่เกิน 20 กิโลกรัม