| วันแรก ของการเดินทาง (-/-/D) |
| กรุงเทพฯ - ย่างกุ้ง – อุทยานช้างเผือก - สก๊อตมาร์เก็ต -เจดีย์โบดาทาวน์ เทพทันใจ - เจดีย์กะบาเอ |
| 10.00 น. |
คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์ F สายการบิน BANGKOK AIRWAYS (PG) เจ้าหน้านี้ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก |
| 12.30 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบิน BANGKOK AIRWAYS (PG) เที่ยวบินที่ PG701 |
| 13.20 น. |
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติแมงกาดอง เมืองย่างกุ้ง หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองย่างกุ้ง ชม อุทยานช้างเผือก ซึ่งได้มาจากชายแดนประเทศอินเดีย อันถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บารมีผู้มีบุญญาธิการของผู้ปกครองประเทศหากมีโอกาสได้เห็นจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตและครอบครัว ว่ากันว่าช้างเผือกที่นี่ตรงตามหลัก คชสาร ทุกประการเลยทีเดียว (ห้ามนำกล้องถ่ายรูปเข้าไป) หลังจากนั้นนำชมเขา พระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่งรัฐบาลพม่าจัดสร้างขึ้นเพื่อฉลองปี 2000 เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาสำหรับชนรุ่นหลัง นำท่านแวะตลาด “สก๊อตมาร์เก็ต” (SCOTT MARKET) ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคง เป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ท่านจะสามารถซื้อหาของที่ระลึกในราคาถูก เช่น ไม้และงาช้างแกะสลัก ผ้าปักพื้นเมืองตลอดจนพลอย ทับทิม หยกและเครื่องเงิน นำท่านชม เจดีย์โบดาทาวน์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์ จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุ พระบรมธาตุ 2 องค์ พระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัว หนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อน กษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ 1000นาย ตั้งแถวถวายสักการะ แด่พระเกศธาตุ ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือ และมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง หรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้ และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชา ก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์สำคัญอื่นๆ (เป็นสถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง) นำท่านสักการะรูปปั้นเทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที นำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ ซึ่งการขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมากเช่นกัน นำท่านนมัสการ เจดีย์กะบาเอ เจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของพระโมคลาและพระสารีบุตร |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ. ภัตตาคาร ... หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM HOTEL (ระดับ 5 ดาว) หรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่สอง ของการเดินทาง (B/L/D) |
| ย่างกุ้ง - หงสาวดี – วัดจักคะไวย – วังบุเรงนอง - พระธาตุมุเตา - พระธาตุอินทร์แขวน |
| 07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี นำท่านชมชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งบูรณะเมื่อ พ.ศ.2019 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่ง โดยรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้าโกนาคมโน (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้อง ที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง หลังจากนั้นนำท่านร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ที่ วัดจักคะไวย ซึ่งเป็นวิทยาลัยสงฆ์ ใหญ่เป็อันดับสองของประเทศ มีพระสงฆ์และเณรมาเรียนและศึกษาธรรมอยู่ที่นี่มากกว่า 500 รูป จากนั้นนำท่านชม โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี คือ พระมหาเจดีย์ชเวมอดอว์ หรือ พระธาตุมุเตา ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ และได้รับการบูรณะโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีความสำคัญในประวัติศาสตร์มอญและพม่า และเป็นสัญลักษณ์ ยืนยันความเจริญรุ่งเรืองของกรุงหงสาว เจดีย์มีขนาดสูงถึง 114 เมตร พระธาตุมุเตาเป็นมหาสถูป บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่สำคัญที่สุดของชาวมอญ ในสมัยพระเจ้าราชาธิราชกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของมอญ ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุมุเตาเป็นที่เลื่องลือ และก่อให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาแก่ชนชาวมอญและพม่า ในตำนานกล่าวไว้ว่า พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของตองอู สมัยเป็นเพียงเจ้าชายวัย 14 พรรษา กล้าที่จะนำทัพบุกเข้าไปเมืองมอญ เพื่อทรงทำพิธีเจาะพระกรรณตามราชประเพณี ที่พระธาตุมุเตาแห่งนี้ ซึ่งกว่าศัตรูจะส่งทหารมาปิดล้อมได้หมดก็ใกล้เสร็จพิธี และพระองค์ก็ทรงนำทหาร ฝ่าวงล้อมกลับตองอูโดยปลอดภัย ต่อมาเมื่อพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ และเข้ายึดครองหงสาวดีได้แล้ว ทรงย้ายราชธานีจากตองอูมาที่หงสาวดี และถวายมงกุฎทรงยอดพระมหาธาตุแก่พระธาตุมุเตาด้วย พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่าองค์ต่อมา ก็ทรงมีพระราชศรัทธาในองค์พระธาตุอย่างท่วมท้น ถึงกับทรงแกะอัญมณีเม็ดใหญ่ จากพระมงกุฎถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา พร้อมทั้งทรงให้ ก่อกำแพงเมือง ขยายไปโอบล้อมพระมหาเจดีย์ พระองค์ยังทรงมีมุมโปรดในพระราชวัง ที่สามารถมองเห็นองค์พระมหาธาตุอย่างชัดเจนอีกด้วย ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพม่าระบุว่า ก่อนพระองค์จะออกทำศึก จะทรงนมัสการพระธาตุมุเตาก่อนทุกครั้ง ปัจจุบัน พระมหาเจดีย์ชเวมอดอว์ นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธ ศาสนิกชนชาวพม่า และเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่าด้วย ทุกวันนี้ผู้คนทั้งชาวพม่า และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่นับถือพระพุทธ ศาสนาต่างพากันหลั่งไหล เพื่อกราบไหว้ พระมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงหงสาฯ องค์นี้ นำท่าน ชมพระราชวังบุเรงนอง ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพัง ที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้ เป็นพระราชวังของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ปัจจุบันการขุดค้นยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็พอจะมองเห็นได้ว่า บริเวณของพระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใด ชมสถานที่คาดว่าเป็น พระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงเสาเรือนไทย ชื่นชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของเมืองหงสาวดีในอดีต |
| 12.00 น. |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ... หรือเทียบเท่า |
| บ่าย |
นำท่านออกเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ ของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ เป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลก โดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต มีตำ นานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาลว่า ฤๅษีติสสะ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า ที่ได้ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศา ต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ ส่วนฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลย ถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขารเต็มที เขาตั้งใจไว้ว่า จะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของเขา ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทร และนำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขา |
| เย็น |
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด และอยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวน มีทัศนียภาพงดงามมาก ท่ามกลางขุนเขาทะเลหมอกพระธาตุอินทร์แขวนนำท่านเข้าสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน ร่วมพิธีถวายเทียนใหญ่ กับเจ้าอาวาสวัด เนื่องจากเทียนใหญ่นี้ จะจุดส่องสว่างตลอดวันอยู่บนยอดเขา เปรียบดังแสงที่ส่องสว่าง เพื่อเป็นศิริมงคลกับผู้ร่วมพิธี |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ. ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหาร ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือ ไปสักการะพระธาตุ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานาน บริเวณระเบียง ที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้เที่ยว ควรเตรียมเสื้อกันหนาวกันลม ผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่ง เพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน แต่ประตูเหล็ก ที่เปิดสำหรับบุรุษจะเปิดถึงเวลา 22.00น.เท่านั้น เป็นที่มา และแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน
(กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็ก สำหรับค้างคืน 1 คืน บนพระธาตุอินทร์แขวน เนื่องจาก กระเป๋าใบใหญ่จะไม่สะดวกในการนำขึ้นเขา ซึ่งกระเป๋าใบใหญ่ จะฝากไว้ที่โรงแรม CHATRIUM) |
| |
| วันที่สาม ของการเดินทาง (B/L/D) |
| พระธาตุอินทร์แขวน - พระนอนชเวตาเลียว– พระพุทธไสยาสน์เจาทัตจี - มหาเจดีย์ชเวดากอง – การะเวกโชว์ |
| เช้ามืด |
พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือ เชิญท่านนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน ใส่บาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ ซึ่งมีชุดจำหน่ายบริเวณวัด เมื่อถวายข้าวพระพุทธ นิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ชมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่า พระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้ อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา การที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไป ก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์ |
| 07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.00 น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง ตามเส้นทางเดิม นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ กราบนมัสการ พระนอน ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก จากเมืองหงสาวดี เช่น เครื่องไม้แกะสลัก ที่มีให้เลือกมากมาย ตลอดสองข้างทางในบริเวณวัด |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ... หรือเทียบเท่า |
| บ่าย |
หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับกรุงย่างกุ้ง ผ่านชม เจดีย์ซูเล ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยอังกฤษปกครองพม่าอยู่ เปรียบเจดีย์ซูเลนี้ได้ดังหัวใจของย่างกุ้ง เพราะชาวอังกฤษได้วางผังเมืองให้เจดีย์นี้เป็นศูนย์กลาง นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตจี (KYAUK HTAT GYI) หรือพระตาหวาน ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่สุด มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ มหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ทองคำที่งดงาม คู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าเป็นพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์ อายุกว่าสองพันห้าร้อยปี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า มีความสูงประมาณ 109 เมตร ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อว่า SINGUTTARA ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุด ในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้ง มีความยาวโดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์ห่อหุ้มทองคำหนักยี่สิบสามตัน และรายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย จำนวน5,428เม็ด และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด นับเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่า ที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้น ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษแรกๆ เชื่อกันว่า ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น พระมหาเจดีย์นี้ ยังคงฐานะของพุทธสถาน อันเป็นที่พึ่งทางใจของคนพม่าในทุกชั้นวรรณะ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ท่านได้นั่งสมาธิ หรือ อธิษฐานขอพร ณ จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ของบุเรงนอง |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารการะเวกก์ พร้อมชมการแสดง นาฏศิลป์ของพม่าอันงดงาม อ่อนช้อย บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารแห่งนี้ สร้างเลียนแบบเรือกัญญา หัวเรือเป็นรูปนกการะเวกก์ สัตว์ในป่าหิมพานต์ ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM HOTEL (ระดับ 5 ดาว)หรือเทียบเท่า http://chatriumhotelyangon.com/ |
| |
|
| (B/L/D) |
| ย่างกุ้ง – ทะเลเจดีย์พุกาม-เจดีย์ชเวสิกอง-วัดทิโลมินโล-วัดกูเบี๊ยกจี-วัดมนูหา-วัดนันพญา-วัดสัพพญู-วัดชเวกูจี-วัดอนันดา-มหาเจดีย์ธรรมยังยี-ภูพญาเจดีย์-เจดีย์ชเวซันดอ |
| 05.00 น. |
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบินย่างกุ้ง |
| 06.30 น. |
นำท่านเหินฟ้าสู่เมืองพุกาม (BAGAN) โดยสายการบินแอร์บาร์กัน เที่ยวบินที่ W9 009 |
| 07.50 น. |
เดินทางถึง สนามบินพุกาม นำท่านชมเมือง “ดินแดนทะเลเจดีย์สี่พันองค์” ที่มีอายุกว่า 200ปี ของกษัตริย์อนุรุทมหาราชแห่งอาณาจักรพุกาม จากนั้นนำชมเจดีย์ชเวสิกอง (SHWEZIGON ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 ของพม่า) เจดีย์ทองแห่งชัยชนะที่พม่ามีเหนือมอญ สร้างโดยพระเจ้าอะนอรธา วีรกษัตริย์ผู้สถาปนาอาณาจักรพุกามอันยิ่งใหญ่ แวะเที่ยวชมอานันทวิหาร ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นสุดยอดพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม สร้างโดยพระเจ้าจันสิทธถา อายุราว 900 ปี หลังจากนั้นเดินทางสู่วัดทีโลมินโล พระเจ้านันตาวง์เมียะ (Nantaungmya) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 (พ.ศ. 1754) ตามความในพงศาวดารฉบับหอแก้วนั้น พระเจ้านันตาวง์เมียะ เป็นโอรสที่เกิดจากนางสนมของพระเจ้านรปติสิทธู และได้รับเลือกให้เป็นรัชทายาท เมื่อพระสุวรรณเศวตฉัตรเอนมาทางที่พระองค์ประทับอยู่ อันเป็นการเสี่ยงทายตามประเพณีของพม่า กษัตริย์องค์ใหม่กับพระอนุชาสี่พระองค์ได้จัดตั้งสภาเสนาบดีขึ้น เพื่อทำหน้าที่บริการราชการแผ่นดิน เรียกชื่อ่า ลุตตอ (Hluttaw) อันเป็นชื่อเดียวกันกับรัฐสภาพม่าปัจจุบัน วัดทิโลมินโลมีความสูง 46 เมตร ฐานแต่ละด้านกว้าง 43 เมตร มีพระพุทธรูปสี่องค์ตั้งประดิษฐานประจำอยู่ทั้งสี่ทิศบนพื้นดิน ส่วนอีกสี่องค์ตั้งอยู่บนฐานชั้นแรก ภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่า ๆ บางภาพยังชัดเจนดีอยู่ เช่นเดียวกับลวดลายปูนปั้นบนแถบผนังกำแพงบางช่วง นอกจา กนี้ยังมีรูปจักรราศีต่างๆ ตามหลักโหราศาสตร์ โบราณเขียนไว้บนผนังเพื่อป้องกันอาคารนั้นจากอันตรายต่าง ๆ นำท่านชมวัดกูเบี๊ยกจี (Kubyakkyi Temple)เป็นวัดที่มีจารึกสำคัญเก็บรักษาอยู่ เจ้าราชกุมารโอรศของพระเจ้าณาณสิทธา ทรงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นในปี 1113 (พ.ศ. 1656) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ให้กับพระราชบิดาหลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคตไปแล้ว พระมารดาของพระองค์ เป็นหลานสาวของพระสงฆ์ ซึ่งพระเจ้าณาณสิทธาเคยไปขอพักพิงเมื่อคราวที่เสด็จหนีราชภัย จากพระเจ้าอโนรธา ด้วยเหตุนี้เจ้าราชกุมารจึงทรงเป็นรัชทายาทที่แท้จริง แค่การที่พระเจ้าณาณสิทธาทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาทแทน จึงถือได้ว่าเจ้าราชกุมาทรงสละสิทธิ ในราชบังลังก์ที่พระองค์สมควรจะได้รับ สิ่งที่เด่นที่สุดของวัดนี้ คือ ศิลาจารึกเมียะเซดี (Myazedi Stone) มีคำจารึกที่เจ้าราชกุมารโปรดฯ ให้แต่งขึ้นสี่ภาษาที่ใช้กันอยู่ในสมัยนั้น คือ ภาษาบะม่าร์ มอญ บาลีและพิว จารึกนี้พบเมื่อปี 1887 (พ.ศ. 2403)จากนั้นนำท่านชม วัดมนูหา (Manuha Temple) สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามนูหะ พระประมุขของเมืองตะโทง ผู้ตกเป็นเชลยศึกของบะกันได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี 1059 (พ.ศ. 1602) เพื่อสร้างสมบุญกุศลไว้สำหรับชาติภพหน้า วัดนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของหมู่บ้านเมียงกะบา มีพระพุทธไสยาสน์หนึ่งองค์ กับพระพุทธรูปปางประทับนั่งสามองค์ ประดิษฐานอยู่ภายในหมู่ซุ้มพระแคบ ๆ ขององค์เจดีย์ กล่าวกันว่าเป็นสัญลักษณ์แทนดวงพระวิญญาณ อันทุกข์ทนของกษัตริย์ผู้พ่ายแพ้ วัดนี้มีส่วนที่แตกต่างจากวัดมอญแห่งอื่น ๆ คือ มีวิหารสร้างซ้อนเป็นสองชั้น แต่พังทลายลงในแผ่นดินไหวในปี 1975 (พ.ศ. 2518) และฝังพระพุทธรูปไว้ข้างใต้ แต่ได้ทำการบูรณะแล้วเสร็จในปี 1981 (พ.ศ. 2524) จากนั้นนำท่านชม วัดนันพญา เดิมเป็นที่ใช้คุมชังพระเจ้ามหูหา กษัตริย์มอญที่รบแพ้ พระเจ้าอะนอระทา กษัตริย์พม่าเลยถูกจับมาเป็นเฉลยศึกที่นี่ ภายในมีศิลปะนูนต่ำเรื่องทศชาติที่งดงามมาก นำท่านเดินทางสู่ มิงกาลาเจดีย์ จุดชมทะเลเจดีย์อันตระการตาแห่งเมืองพุกาม |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| บ่าย |
นำท่านชมวัดสัพพัญญู หรือ วัดตั๊ดเบี่ยนยุ (Thatbyinnyu Temple)เป็นวัดที่อยู่กลางใจเมือง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดอนันทะออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 500 เมตร รู้จักกันในนาม “วัดสัพพัญญู” เป็นศาสนสถานที่สูงที่สุดในเมืองบะกัน คือ สูงถึง 61 เมตร ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองและเป็นแม่แบบของ สถาปัตยกรรมของบะม่าร์ วัดแห่งนี้จะทำหน้าต่างเป็นสองแถวซ้อนกัน ทำให้ภายในห้องสว่างสดใส และมีลมพัดผ่านเข้ามาได้ ตามหน้าต่างประตูจะมีลายปูนปั้นทำเป็นซุ้มจระนำ รวมถึงลวดลายตามขอบพื้นด้วย วิหารชั้นหนึ่ง และสองเคยเป็นที่พักของคฤหัสถ์และพระภิกษุสงฆ์ ชั้นสามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ชั้นสี่เป็นที่เก็บพระไตรปิฏก ส่วนชั้นบนสุดที่เป็นสถูปองค์ปรางค์นั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ถ้าต้องการขึ้นไปบน ต้องใช้บันไดภายในขึ้นไปยังลานระเบียง ที่อยู่ติดกันแล้วขึ้นบันไดด้านนอกไปยังห้องใต้หลังคา จะมีบันไดแคบ ๆ นำขึ้นไปสู่ลานทักษิณสามชั้นที่รองรับปรางค์ยอดสิงขรและองค์สถูป ทัศนียภาพที่มองจากยกพื้นตรงนี้สวยงามน่าพิศ หลังจากนั้นนำท่านชมวัดชเวกูจี (Shwegugyi Temple) เป็นวัดพม่าที่เก่าแก่ที่สุด ตั้งอยู่ไม่ไกลเพียงขับรถไปตามทางเมืองเยาวน์อูระยะสั้น ๆ เท่านั้น พระเจ้าอลองสิทธูโปรดฯให้สร้างขึ้นเมื่อปี 1131 (พ.ศ. 1674) ประวัติวัดตามที่มีจารึก อยู่บนศิลาสองแผ่นภายในวัดระบุว่าใช้เวลาสร้างเพียง 7 เดือนเท่านั้น วัดแห่งนี้ผิดจากพุทธสถานอื่นๆ ตรงที่ตั้งอยู่บนยกพื้นสูง ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปสู่พระราชวังหลวงทางทิศเหนือ ห้องโถงและระเบียงทางเดินภายใน ได้รับแสงสว่างจากบานหน้าต่างใหญ่และช่องประตู อันเป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่ง ที่ทำให้สถาปัตยกรรมบะม่าร์แตกต่างจากมอญ นำท่านชมความงามของ วัดอนันดา (Ananda Temple) อยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมืองเก่า หากเข้าเมืองมาจากทางทิศเหนือ วัดนี้ถือว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของมอญ สร้างเสร็จในปี 1091 (พ.ศ. 1634) พงศาวดารฉบับหอแมีบันทึกเอาไว้ว่า พระเจ้าณาณสิทธาทรงสร้างวัดนี้ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจ จากคณะสงฆ์ชาวอินเดึย 8 รูป ที่มารับบิณฑบาตที่พระราชวังในเช้าวันหนึ่ง และได้กราบทูลพระองค์ว่า ครั้งหนึ่งพวกท่านเคยอาศัยอยู่ในวัดถ้ำนันทมูล (Nandamula) ในหิมวันตประเทศ พระเจ้าณาณสิทธาทรงศรัทธาในเรื่องชาดกทางพุทธศาสนามาก จึงทรงนิมนต์คณะสงฆ์มายังพระราชวังทุกวัน ตลอดช่วงฤดูฝน เพื่อพระองค์จะได้สดับตรับฟังเรื่องราวของดินแดนในแถบนั้น คณะสงฆ์นั่งสมาธิจนเกิดภาพวัด ให้พระเจ้าณาณสิทธาทอดพระเนตรเห็น พระองค์จึงทรงมีพระราชประสงค์ จะสร้างรูปจำลองของถ้ำ ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะแห่งนี้ ไว้บนผืนที่ราบอันร้อน และแห้งแล้งของพม่าภาคกลางในทันที เมือการสร้างวัดอันยิ่งใหญ่เสร็จสิ้นลง กล่าวกันว่า พระเจ้าณาณสิทธาทรงตะลึงในความงามอันเป็นเอกลักษณ์ จนถึงกับมีรับสั่งให้ประหารนายช่างทั้งหมด ตามแบบพิธีพราหมณ์ทันทีเพื่อไม่ให้มีการสร้างซ้ำสอง และเพื่อให้วัดนี้คงความสำคัญอยู่ตลอดไป นำท่านชมมหาเจดีย์ธรรมยังยี หรือ แสงสว่างแห่งธรรม ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพุกาม เล่าขานกันว่าอิฐทุกก้อนสมานกันแนบสนิท แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อได้คนงานก่อสร้างจะต้องถูกตัดนิ้วทันที แล้วนำท่านนั่งรถม้าชม ทะเลเจดีย์ที่สวยงาม นำท่านเดินทางสู่ ภูพญาเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ลักษณะดอกบัวตูม องค์เจดีย์ในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นใหม่ หลังจากที่องค์เจดีย์องค์ก่อนพังทลายโดยเหตุแผ่นดินไหวในปี พ.ศ.2518 จากนั้นนำท่านนั่งรถม้าเพื่อเดินทาง ชมพระอาทิตย์อัสดง ที่ เจดีย์ชเวซันดอ ท่านจะได้อิ่มเอิบใจกับความงามของทะเลเจดีย์แห่งเมืองพุกาม |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Myanmar Treasure Bagan resort หรือเทียบเท่า |
| |
|
| (B/L/D) |
| พุกาม - มัณฑะเลย์ (Mandalay Hill) -พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม -เมืองอมรปุระ |
| 05.30 น. |
รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารออกเดินทางสู่สนามบินพุกาม |
| 08.05 น. |
ออกเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบินแอร์บาร์กัน เที่ยวบินที่ W9 009 |
| 08.35 น. |
ถึง เมืองมันฑะเลย์ นำท่านเดินทางสู่ เมืองอมรปุระเมือง แห่งผู้เป็นอมตะซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีเพียง 76 ปี แห่งหนึ่งของพม่าก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ในปี พ.ศ. 2400 นำท่านร่วมทำบุญ ณ วัดมหากันดายง ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่ง ในช่วงเพล จะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูป เดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวม เพื่อรับฉันอาหารกลางวัน ชมสะพานไม้อู่เป่ง (U-BEN) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลาวงวัน ณ ภัตตาคาร |
| บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่เจดีย์มหามุนี (Mahamuni Pagoda) นำท่านนมัสการพระมหามุนีอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 แห่งของพม่าถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปท องคำทรงเครื่องกษัตริย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่(วัดอาระกัน หรือ วัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามุนี และในปี พ.ศ. 2422 สมัยพระเจ้าสีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษ ได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่ มีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลี จึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุด แต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ รอยอดีตสุดท้ายก่อนพม่าเสียเมือง และชม วิหารชเวนันดอร์ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง และเคยเป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง พระราชบิดาของพระเจ้าสีป้อจนสิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้ สมควรแก่เวลานำท่านชม วัดกุโสดอร์ เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลกและได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม จากนั้นนำท่านทางสู่ MANDALAY HILL ซึ่งเป็นจุดชมวิว ทิวทัศน์ ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา ณ จุดตรงนี้ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ร่วมเชิญท่านบันทึกภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่ระลึก |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก MANDALAY HILL RESORT หรือเทียบเท่า |
| |
|
| (B/L/D) |
| มัณฑะเลย์ –เฮโฮ อินเล |
| 04.00 น. |
นำท่านสู่วัดมหามุนี เพื่อร่วมพิธีล้างหน้าพระ และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระศากมุนี ซึ่งถือเป็นภารกิจประจำวันที่ท่านเจ้าอาวาสต้องปฏิบัติ และปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันมานานเป็นร้อยปี มาแล้ว |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.00 น. |
นำท่านเดินทางสู่สนามบินมัณฑะเลย์ |
| 08.50 น. |
ออกเดินทางสู่ย่างกุ้ง โดยสายการบิน แอร์บาร์กัน เที่ยวบินที่ W9 009 |
| 09.20 น. |
เดินทางถึงสนามบินเฮโฮ นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองยองชเว โดยรถบัส ปรับอากาศ ระยะทาง 35 กม.ระหว่างทาง นำท่านชมวัด SHWE YAN PHE ซึ่งแปลว่าสมปรารถนามีอายุ 115 ปี สร้างโดยเจ้าฟ้าไทยใหญ่เดิน ทางถึงเมืองยอง ชเว (Nyuang Shwe) ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวพม่า และชนกลุ่มต่าง ๆ ของรัฐฉาน มากถึง 35 ชนเผ่า ซึ่งในประเทศพม่ามีมากกว่า 135 เชื้อชาติ และเจดีย์เก่าแก่ประจำเมืองยองชเว แล้วนำท่านลงเรือเพื่อเดินทางไปสู่ ทะเลสาบอินเล นำท่านลง เรือยนต์ (ลำละ5-6 ท่าน) มีชูชีพสำหรับทุกท่าน |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ลอยน้ำ (Nampan) หรือเทียบเท่า |
| 13.00 น. |
นำท่านเที่ยวชมวัดพองดออู สร้างในศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบัวเข็มพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่แกะจากไม้จันทน์ อายุนับพันปี ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆรอบทะเลสาบ (ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ด้วยความศรัทธาของผู้คน ได้ปิดทองจนปัจจุบันนี้มีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเล ให้ท่านนมัสการพระบัวเข็ม เพื่อเป็นสิริมงคล นำท่าน ล่องเรือต่อไปยังศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองของชาวอินตา ชมการทอ ผ้าไหม, ผ้าฝ้าย ลวดลาย ต่าง ๆ ที่สวยงามยิ่งที่หมู่บ้านอินปอค่อน น่าซื้อ เป็นของที่ระลึก หลังจากนั้นเดินทางกลับไปหมู่บ้านผลิตบุหรี่พื้นเมือง และ สวนลอยน้ำ (Floating Garden) ที่ปลูกผักมากมาย เช่น พริก, ผักกาด, มะเขือเทศ ในจำนวนมากพอที่จะเลี้ยงคนพม่าทั้งประเทศได้ หลังจากนั้น นำท่านไป Nga-Phe-Kyanng Monastary เป็นสำนักสงฆ์ที่รวบรวม พระพุทธรูปสำคัญ ๆ ไว้เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน ประกอบด้วยเสาไม้สักถึง 654 ต้น สร้างในปี ค.ศ. 1205สมัยพระเจ้ามินดง และชมแมว กระโดดลอดบ่วงซึ่งได้รับการฝึกมาอย่างดีจากพระวัดนี้เพื่อโชว์ให้นักท่องเที่ยวโดยฉพาะ นอกจากนั้น ท่านจะได้ผ่านหมู่บ้านชาวประมง,หมู่บ้านผลิตเครื่องเงิน, เครื่องทอง, โรงงานตีมีดแบบโบราณโดยวิธี เผาไฟ ท่านจะได้ สัมผัสกับวิธีการหาปลาแบบชาวอินตาโดยใช้เท้าพายเรือขาเดียว นำท่านเข้าสู่ที่พัก Myanmar Treasure Resort Inle |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม ฯ จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| (B/L/-) |
| เฮโฮ – ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ |
| 06.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสูสนามบิน เฮโฮ |
| 09.35 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบิน แอร์บากัน เที่ยวบินที่ W9 009 |
| 10.45 น. |
เดินทางถึงสนามบินมิงกะลาดง เมืองย่างกุ้ง นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติย่างกุ้ง |
| 14.10 น. |
กเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG702 |
| 16.05 น. |
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม |
| |
|