 |
ย่างกุ้ง
นมัสการเจดีย์ชเวดากองหรือพระเกศาธาตุ เป็นพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี ศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่า กล่าวกันภายในเป็นที่บรรจุพระบริโภคเจดีย์ของอดีตพระพุทธเจ้า ดังนี้
1. พระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าสัมนโคดม
2. ไม้เท้า ของพระกกุสันธะ
3. กระบอกกรองน้ำของ พระโกนาคมน์
4. ผ้าอาบน้ำฝนของ พระกัสสปะ นอกจากนั้นทองคำห่อหุ้มพระเจดีย์หนักมากกว่า 27 ตัน อีกทั้งอัญมณีมากมายประมาณค่ามิได้ที่ชาวพุทธได้มาโดยสุจริตเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาองศ์พระมหาเจดีย์ |
 |
หงสาวดี
อีกชื่อหนึ่งคือเมืองพะโค เดิมเป็นเมืองมอญเคยรุ่งเรืองในสมัยพระเจ้าราชาธิราช ตกเป็นของพม่า สมัยพระเจ้าตะเบงชเวตี้ มี “พระเจดีย์ชเวมอดอร์” ถือว่าเป็นองศ์เจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า |
 |
เทพทันใจ
เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย ที่นิยมมากราบไหว้ขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคล |
 |
มหาเจดีย์ชเวดากอง
เจดีย์ชเวดากองพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น
หนังสือ Guinness Book of Records ได้จัดให้พระเจดีย์ชเวดากองเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก |
 |
พระธาตุมุเตา
พระเจดีย์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์มอญและพม่า ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ และเป็นสัญลักษณ์ ยืนยันความเจริญรุ่งเรืองของกรุงหงสาวดี |
 |
พระธาตุอินทร์แขวน
มหัศจรรย์เหนือคำบรรยาย เปรียบประดุจดังพระอินทร์นำมาแขวนไว้เพื่อเป็นพุทธบูชา |
| วันแรก ของการเดินทาง (-/-/D) |
| กรุงเทพฯ - ย่างกุ้ง – China Town |
| 08.00 น. |
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 6 เคาน์เตอร์ N เคาน์เตอร์ สายการบิน เมียนมาร์แอร์เวย์ |
| 10.20 น. |
ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบิน Myanmar Airway เที่ยวบินที่ 8M 332 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง |
| 11.05 น. |
เดินทางถึง สนามบินมิงกะลาดง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางโดยรถปรับอากาศ เข้าตัวเมืองย่างกุ้ง (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม ชมความสวยงามแปลกตาของเมืองซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านนมัสการ พระเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำที่เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวใหญ่นับร้อยๆตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ จากนั้นเดินทางกลับสู่ กรุงย่างกุ้ง นำท่านชม เจดีย์โบดาทาวน์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์ จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุ พระบรมธาตุ 2 องค์ พระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ จารึกดินเผาภาษาบาลีและตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ 1000นาย ตั้งแถวถวายสักการะ แด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือ และมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง หรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชาก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์สำคัญอื่นๆ (เป็นสถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง) นำท่านสักการะรูปปั้นเทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที นำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ ซึ่งการขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมาก |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ. ภัตตาคาร ... หรือเทียบเท่า
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก CHATRIUM HOTEL // PARK ROYAL HOTEL // KANDAWGYI HOTEL (ระดับ 5 ดาว) หรือเทียบเท่า http://chatriumhotelyangon.com/ |
| วันที่สอง ของการเดินทาง (B/L/D) |
| ย่างกุ้ง - หงสาวดี – วัดจักคะไวย – วังบุเรงนอง - พระธาตุมุเตา - พระธาตุอินทร์แขวน |
| 07.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.00 น. |
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ที่ วัดจักคะไวย ซึ่งเป็นวิทยาลัยสงฆ์ ใหญ่เป็อันดับสองของประเทศ มีพระสงฆ์และเณรมาเรียนและศึกษาธรรมอยู่ที่นี่มากกว่า 500 รูป จากนั้นนำท่านชม โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี คือ พระมหาเจดีย์ชเวมอดอว์ หรือ พระธาตุมุเตา ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ และได้รับการบูรณะโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีความสำคัญในประวัติศาสตร์มอญและพม่า และเป็นสัญลักษณ์ ยืนยันความเจริญรุ่งเรืองของกรุงหงสาว เจดีย์มีขนาดสูงถึง 114 เมตร พระธาตุมุเตาเป็นมหาสถูป บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่สำคัญที่สุดของชาวมอญ ในสมัยพระเจ้าราชาธิราชกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของมอญ ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุมุเตาเป็นที่เลื่องลือ และก่อให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาแก่ชนชาวมอญและพม่า ในตำนานกล่าวไว้ว่า พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของตองอู สมัยเป็นเพียงเจ้าชายวัย 14 พรรษา กล้าที่จะนำทัพบุกเข้าไปเมืองมอญ เพื่อทรงทำพิธีเจาะพระกรรณตามราชประเพณี ที่พระธาตุมุเตาแห่งนี้ ซึ่งกว่าศัตรูจะส่งทหารมาปิดล้อมได้หมดก็ใกล้เสร็จพิธี และพระองค์ก็ทรงนำทหาร ฝ่าวงล้อมกลับตองอูโดยปลอดภัย ต่อมาเมื่อพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ และเข้ายึดครองหงสาวดีได้แล้ว ทรงย้ายราชธานีจากตองอูมาที่หงสาวดี และถวายมงกุฎทรงยอดพระมหาธาตุแก่พระธาตุมุเตาด้วย พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่าองค์ต่อมา ก็ทรงมีพระราชศรัทธาในองค์พระธาตุอย่างท่วมท้น ถึงกับทรงแกะอัญมณีเม็ดใหญ่ จากพระมงกุฎถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา พร้อมทั้งทรงให้ ก่อกำแพงเมือง ขยายไปโอบล้อมพระมหาเจดีย์ พระองค์ยังทรงมีมุมโปรดในพระราชวัง ที่สามารถมองเห็นองค์พระมหาธาตุอย่างชัดเจนอีกด้วย ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพม่าระบุว่า ก่อนพระองค์จะออกทำศึก จะทรงนมัสการพระธาตุมุเตาก่อนทุกครั้ง ปัจจุบัน พระมหาเจดีย์ชเวมอดอว์ นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธ ศาสนิกชนชาวพม่า และเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่าด้วย ทุกวันนี้ผู้คนทั้งชาวพม่า และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่นับถือพระพุทธ ศาสนาต่างพากันหลั่งไหล เพื่อกราบไหว้ พระมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงหงสาฯ องค์นี้ นำท่าน ชมพระราชวังบุเรงนอง ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพัง ที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้ เป็นพระราชวังของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ปัจจุบันการขุดค้นยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็พอจะมองเห็นได้ว่า บริเวณของพระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใด ชมสถานที่คาดว่าเป็น พระตำหนักของพระสุพรรณกัลยา ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงเสาเรือนไทย ชื่นชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของเมืองหงสาวดีในอดีต |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| บ่าย |
นำท่านออกเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ ของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ เป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลก โดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต มีตำ นานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาลว่า ฤๅษีติสสะ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า ที่ได้ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศา ต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ ส่วนฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลย ถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขารเต็มที เขาตั้งใจไว้ว่า จะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของเขา ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทร และนำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขา |
| เย็น |
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด และอยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวน มีทัศนียภาพงดงามมาก ท่ามกลางขุนเขาทะเลหมอกพระธาตุอินทร์แขวน
นำท่านเข้าสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน ร่วมพิธีถวายเทียนใหญ่ กับเจ้าอาวาสวัด เนื่องจากเทียนใหญ่นี้ จะจุดส่องสว่างตลอดวันอยู่บนยอดเขา เปรียบดังแสงที่ส่องสว่าง เพื่อเป็นศิริมงคลกับผู้ร่วมพิธี |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ. ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหาร ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือ ไปสักการะพระธาตุ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานาน บริเวณระเบียง ที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้เที่ยว ควรเตรียมเสื้อกันหนาวกันลม ผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่ง เพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน แต่ประตูเหล็ก ที่เปิดสำหรับบุรุษจะเปิดถึงเวลา 22.00น.เท่านั้น เป็นที่มา และแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน
(กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็ก สำหรับค้างคืน 1 คืน บนพระธาตุอินทร์แขวน เนื่องจาก กระเป๋าใบใหญ่จะไม่สะดวกในการนำขึ้นเขา ซึ่งกระเป๋าใบใหญ่ จะฝากไว้ที่โรงแรม CHATRIUM) |
| |
| วันที่สาม ของการเดินทาง (B/L/D) |
| พระธาตุอินทร์แขวน - พระนอนชเวตาเลียว – วัดไจ๊ปุ่น - พระพุทธไสยาสน์เจาทัตจี – มหาเจดีย์ชเวดากอง ไหว้พระใหญ่ ซุยคอดอจี, นอดอจี, ชาตะจีพญาจี พระยาฮะตาติดอจี – การะเวกโชว์ |
| เข้ามืด |
พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือเชิญท่านนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน ใส่บาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ มีชุดจำหน่ายบริเวณวัด เมื่อถวายข้าวพระพุทธนิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ ท่านจะ พบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้ อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา การที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์ |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก |
| 08.00น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง ตามเส้นทางเดิม นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ กราบนมัสการ พระนอน ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า ให้ท่านเลือกซื้อของฝาก จากเมืองหงสาวดี เช่น เครื่องไม้แกะสลัก ที่มีให้เลือกมากมาย ตลอดสองข้างทางในบริเวณวัด |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี |
| บ่าย |
นำท่านชมชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งบูรณะเมื่อ พ.ศ.2019 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือพระพุทธเจ้าโกนาคมโน (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง จากนั้นนำท่านเดินทางกลับกรุงย่างกุ้ง เช่นกัน นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตจี หรือ พระตาหวาน (พระใหญ่องค์ที่ 1) ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่สุดมีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกัน ซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย หลังจากนั้นผ่านชม เจดีย์ซูเล ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยอังกฤษปกครองพม่าอยู่ เปรียบเจดีย์ซูเลนี้ได้ดังหัวใจของย่างกุ้ง เพราะชาวอังกฤษได้วางผังเมืองให้เจดีย์นี้เป็นศูนย์กลาง จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ มหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ทองคำที่งดงาม คู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าเป็นพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์ อายุกว่าสองพันห้าร้อยปี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า มีความสูงประมาณ 109 เมตร
ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อว่า SINGUTTARA ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุดในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้งมีความยาวโดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์ห่อหุ้มทองคำหนักยี่สิบสามตันและรายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย จำนวน5,428เม็ด และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอด นับเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่าที่งดงามหาที่เปรียบมิได้สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้น ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษแรกๆเชื่อกันว่า ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น พระมหาเจดีย์นี้ ยังคงฐานะของพุทธสถาน อันเป็นที่พึ่งทางใจของคนพม่าในทุกชั้นวรรณะ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ท่านได้นั่งสมาธิ หรืออธิษฐานขอพร ณ จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ของบุเรงนอง นำท่านไหว้พระใหญ่อีก 4 องค์ บริเวณรอบๆพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ ซุยคอดอจี, นอดอจี, ชาตะจีพญาจี พระยาฮะตาติดอจี ชาวพม่ามีความเชื่อว่าถ้าได้กราบพระใหญ่จะเป็นมงคลยิ่งและจะทำการใดก็จะสำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดีปราศจากอุปสรรค และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารการะเวกก์ พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงาม อ่อนช้อย บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารนี้สร้าง เลียนแบบเรือกัญญาหัวเรือเป็นรูปนกการะเวกก์สัตว์ในป่าหิมพานต์ ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง จากนั้น นำท่านกลับสู่ ที่พัก โรงแรม CHATRIUM HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า |
| |
|
| (B/L/-) |
| ไหว้พระใหญ่ โกทัตจพญาจี, งาทัตจีพญาจี, มหามิงกาลาพญาจี, เจโตพญาจี – สิเรียม – เจดีย์กลางน้ำ - เจดีโบดาทาวน์ – ตลาดสก็อต – เจดีย์กะบาเอ – วัดพระหินอ่อน - ปางช้างเผือก กรุงเทพฯ |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.00 น. |
นำท่านสักการะพระใหญ่ องค์ที่ 6 โกทัตจีพญาจี องค์ที่ 7 คือ งาทัตจีพญาจี องค์ที่ 8 มหามิงกาลาพญาจี และองค์สุดท้าย องค์ที่ 9 เจโตพญาจี เพื่อบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม ชมความสวยงามแปลกตาของเมืองซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านนมัสการ พระเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำที่เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวใหญ่นับร้อยๆตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ จากนั้นเดินทางกลับสู่ กรุงย่างกุ้ง นำท่านชม เจดีย์โบดาทาวน์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์ จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุ พระบรมธาตุ 2 องค์ พระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ จารึกดินเผาภาษาบาลีและตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ 1000นาย ตั้งแถวถวายสักการะ แด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือ และมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง หรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชาก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์สำคัญอื่นๆ (เป็นสถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง) นำท่านสักการะรูปปั้นเทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที นำท่านสักการะ เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ ซึ่งการขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมาก |
| 12.00 น. |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดสก๊อตมาร์เก็ต ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณนิคมของประเทศอังกฤษอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งของที่ระลึกในราคาถูก เช่นไม้และงาช้างแกะสลัก ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่องเงิน อัญมณี ทับทิม ไพลิน หยก ไข่มุก เครื่องหวาย งานฝีมือ เช่น ผ้าปูโต๊ะ ที่มีความสวยงามและราคาถูกมาก ผ้าโสร่งหญิงชายที่มีลวดลายงามมาก นำท่านนมัสการ เจดีย์กะบาเอ ซึ่งสร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎกครั้งที่ 6ในระหว่างปี พ.ศ. 2497 – 2499 โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอูนุ แห่งสหภาพพม่าในสมัยนั้น นอกจากนั้นเจดีย์แห่งนี้มีจุดประสงค์เพื่อก่อให้เกิดสันติสุขแก่ชาวโลก มีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางอย่างละ 34 เมตร ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุของพระโมคลา และพระสารีบุตร ชม ต้นโพธิ์ทรงปลูก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จฯ มาบำเพ็ญพระราชกุศล พร้อมทั้งทรงปลูกต้นโพธิ์ และยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ชมภายนอก ถ้ำมหาปาตะนะกูหะ สถานที่ชำระพระไตรปิฎกครั้งที่ 6 จากนั้น นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า จากนั้นนำชม ปางช้างเผือก ที่เป็นช้าง คู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวจำนวน 3 เชือก ต้องตามคชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินมิงกะลาดง |
| 16.30 น. |
ออกเดินทางโดยสายการบินเมียนมาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 8M 331 เหิรฟ้าสู่ประเทศไทยบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง |
| 18.15 น. |
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ |
| |
|