| วันแรก ของการเดินทาง |
| กรุงเทพฯ – พุทธคยา – สักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ – พระแท่นวัชรอาสน์ |
| 05.00 น. |
พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ เคาน์เตอร์เช็คอินระหว่างประเทศ สายการบินเจท แอร์เวย์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 7-8 แถว P เคาน์เตอร์ เจท แอร์เวย์ เช็คสัมภาระติดป้ายชื่อกระเป๋าและบัตรโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง โดยเจ้าหน้าที่ จาก เอิร์ธ แทรเวล คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระ และบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน |
| 08.45 น. |
ออกเดินทางสู่ เมืองคยา โดยสายการบินเจท แอร์เวย์ เที่ยวบิน 9W 069(เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) |
| 10.10 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านนั่งรถปรับอากาศเดินทางสู่ตัวเมืองพุทธคยา ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร(ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) พุทธคยาเป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับจังหวัด คยา เดิมชื่ออุรุเวลาเสนานิคม นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ณ TAJ DARBAR HOTEL พุทธคยา หรือเทียบเท่า |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก |
| บ่าย |
นำท่านสู่ภายในปริมณฑล ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา และ พระมหาเจดีย์พุทธคยา อันสูงตระหง่านเป็นสักขีพยาน ณ สถานที่ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบสักการะองค์หลวงพ่อ พระพุทธเมตตา พระพุทธปฏิมากรปางชนะมารอายุ 1,400 ปีเศษ ที่รอดพ้นจากการถูกทำลายจากน้ำมือกษัตริย์ฮินดูอย่างปาฏิหาริย์ ประดิษฐานภายในมหาเจดีย์พุทธคยา ด้วยพระพักตร์ที่แสดงออกด้วยเมตตากรุณาอั้นเปี่ยมล้นชาวพุทธทั่วโลกจึงต่างพากันเบียดเสียดเพื่อเข้าไปกราบไหว้บูชา...นำท่านสักการะแทบบาทพระศาสดา ถวายเป็นพุทธบูชา ณ โพธิ์บัลลังค์ พระแท่นวัชรอาสน์ ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในดินแดนถิ่นพุทธภูมิ และนมัสการสัตตมหาสถาน ที่สำคัญอันอยู่ใกล้เคียง ได้แก่ อนิมิสสะเจดีย์ รันตนฆะระเจดีย์ และรัตนจงกรมเจดีย์ เป็นต้น ...ทำสมาธิ ถวายเป็นปฏิบัติบูชา ตามอัธยาศัยจนได้เวลาอันสมควร |
| 19.00น. |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก |
| |
|
| วันที่สอง ของการเดินทาง |
| พุทธคยา – แม่น้ำเนรัญชรา – หมูบ้านนางสุชาดา – วัดพุทธนานาชาติ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.00น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ท่ามกลางวิวทิวทัศน์อันงดงามของ ภูเขาไฟกูนุง บาร์ตูร์ |
| |
หลังอาหารนำท่านชม แม่น้ำเนรัญชรา หรือที่เรียกกันว่า “แม่น้ำแห่งการตรัสรู้” ชมสถานที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานลอยถาด หลังจากรับถวายข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา และสามารถมองเห็นซากสุชาดาสถูปที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช นำท่านไปที่บริเวณสถานที่ซึ่งเคยเป็น บ้านนางสุชาดา บุตรสาวคฤหบดีแห่งหมู่บ้านอุรุเวลา ตำบลเสนานิคม เป็น ผู้ถวายข้าวมธุปายาส (ข้าวที่หุงกวนด้วยน้ำผึ้งและน้ำนม) ในวันที่ทรงตรัสรู้ ด้วยเข้าใจว่าเจ้าชายสิทธัตถะที่นั่งสงบอยู่ใต้ต้นไม้ คือรุกขเทวดาที่ช่วยให้นางได้ลูกชายสมปรารถนา จึงนำข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองไปถวายแก้บน จากนั้นนำท่านเดินทางไป วัดพุทธนานาชาติ อาทิ วัดจีน วัดญี่ปุ่น วัดทิเบต วัดสิกขิม วัดภูฎาน วัดศรีลังกา ฯลฯ นมัสการหลวงพ่อโต พระพุทธรูปหินทรายแดงปางสมาธิสูง 80 ฟุต ที่ชาวพุทธญี่ปุ่นสร้างถวาย |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือเดินทางไปไหว้ พระมหาเจดีย์พุทธคยา เชิญนั่งสมาธิ หรือปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย (บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ปิด 21.00น.) |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ และพักค้างคืน ณ TAJ DARBAR HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
| วันที่สาม ของการเดินทาง |
| พุทธคยา – ราชคฤห์ – นาลันทา – ปัตนะ |
| 05.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 06.00 น. |
เดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (อ่านว่า ราดชะครึ-อังกฤษ: Rajgir) เป็นชื่อเมืองหลวงของแคว้นมคธสมัยพุทธกาล เป็นเมืองในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ ๕ ลูก คือ เวปุลละ, เวการะ, ปัณฑวะ, อิสิคิริ และคิชกูฏจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เบญจคีรีนครราชคฤห์ เป็นเมืองตั้งหลักพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองนคร เป็นเมืองที่มีประวัติความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามากที่สุด สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและพระสาวกยังปรากฏอยู่มากมาย เช่น พระคันธกุฎีบนยอดเขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวันซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ถ้ำสุกรขาตาที่พระสารีบุตรได้บรรลุธรรม ถ้ำสัตบรรณคูหาที่ทำสังคายนาครั้งแรก เป็นต้น |
| 07.00 น. |
นำท่านขึ้นสู่ เขาคิชกูฎ เพื่อนมัสการและทำสมาธิภาวนา ณ กุฏิพระพุทธองค์ กุฎิพระอานนท์ ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตรบรรลุพระอรหันต์ และชมสถานที่ที่พระเทวทัตต์กลิ้งก้อนหินใส่พระพุทธองค์ ชมทิวทัศน์เมืองราชคฤห์จากพื้นสูง |
| |
หมายเหตุ: (การขึ้นเขาคิชกูฏ ซึ่งเป็นการเดินขึ้นที่สูง ลาดชันพอประมาณ ระยะทางโดยรวมประมาณ 750 เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้นรถยนต์ไม่สามารถขี้นไปถึงได้ ผู้ที่แข็งแรงสามารถเดินขึ้นได้ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีก็ถึง สำหรับท่านที่คิดว่าเดินไม่ไหว ก็สามารถขึ้นได้โดยวิธีการนั่งเสลี่ยง คนหามขึ้น-ลงได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน เพื่อติดต่อให้เตรียมคานหามไปรอที่เชิงเขา) ชม วัดอัมพวัน ของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นซากอารามที่หมอชีวกโกมารภัจจ์ ยกสวนมะม่วงถวาย ในคราวที่ พระเทวทัตต์ประทุษร้ายพระองค์ โดยกลิ้งหินลงใส่พระพุทธองค์ ทำให้สะเก็ดหินกระเด็นถูกพระบาทของพระองค์จนห้อพระโลหิตหมอชีวกโกมารภัจจ์ถวายการรักษาพยาบาล ณ อารามแห่งนี้ นำท่านเข้าสู่ วัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวัด คือ วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา พระเจ้าพิมพิสาร ทรงยกพระราชอุทยานสวนไม้ไผ่ถวายเป็นที่ประทับแห่งแรกแด่พระพุทธเจ้า และเหล่าพระ สงฆ์ สาวก พุทธองค์ทรงประทับจำพรรษา ณ ที่แห่งนี้แล้ว 6 พรรษาเจริญพระพุทธมนต์เจริญสมาธิภาวนา ณ อุโบสถสถานที่ประชุมพระสาวกอรหันต์ 1,250 รูป ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ซึ่งเรียก และพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ภิกษุเหล่านั้น การประชุมนี้ว่า จาตุรงคสันนิบาต มูลเหตุแห่งพิธีมาฆบูชา จากนั้นชม โอล นาลันทา(Old Nalanda) ซากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรืองโด่งดังมากที่สุดในโลก มีพระนักศึกษาจำนวนหมื่น เมื่อราว พ.ศ.1700 ได้ถูกชาวมุสลิมรุกรานสังหารพระและคณาจารณ์และเผาทำลายเสียสิ้นปัจจุบันเหลือไว้แต่ ซากปรักหักพังปรากฏเป็นรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียด ในบริเวณอันกว้างขวาง และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร ที่นี่ยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตร ปรากฏอยู่ |
| |
นำท่านเข้าสู่ที่พัก RISATA HOTEL หรือเทียบเท่า |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ระหว่างการเดินทาง) จากนั้นเดินทางสู่ เมืองปัตนะ(ระยะทาง 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) ปัตนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดอโศกการาม ชื่อเดิมคือเมืองปาตลีบุตร ซึ่งต่อมา ได้มาเป็นเมืองหลวงของพระเจ้าอโศกมหาราช เมืองปาตลีบุตรนี้เพิ่งจะเริ่มก่อสร้างในตอนที่พระพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพาน |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ และพักค้างคืน ณ CHANKYA HOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่สี่ ของการเดินทาง |
ปัตนะ – เวสาลี – กุสินารา(พุทธวิหารปรินิพพาน – มงกุฏพันธเจดีย์) |
| 05.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 06.00 น. |
เดินทางต่อสู่ เมืองกุสินารา (ระยะทาง 270 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง) เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมือง ปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า กุสินาราจัดเป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 4 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลมถากัวร์ อำเภอกุสินคร หรือกาเซีย หรือกาสยา ในเขตจังหวัดเดวเย หรือ เทวริยา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สาลวโนทาย สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ ปรากฏตามคัมภีร์ว่า เมืองนี้เคยเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ เป็นที่เกิดบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์หลายครั้ง เคยเป็นราชธานีนามว่ากุสาวดี ของพระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิ์ ระหว่างทางผ่าน เมืองเวสาลี เมืองเวสาลีคือเมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แคว้น ของชมพูทวีป เรียกกันหลายชื่อว่า ไวสาลี ไพสาลี หรือ เวสาลี ก็ได้ ในสมัยพุทธกาลเคยเป็น ศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่งอีกแห่งหนึ่งพระพุทธองค์เสด็จเยี่ยมเวสาลีครั้งแรกในพรรษา 5 เมื่อเวสาลีประสบทุพภิกขภัยและฉาตกภัยร้ายแรงปัจจุบันเหลือไว้เป็นซากโบราณสถาน ที่ตำบลบาสาร์ห |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ระหว่างการเดินทาง) เดินทางถึงเมืองกุสินารา, นำท่านสู่ สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน บูชาสักการะ พระพุทธรูปปางอนุฏฐิตไสยาสน์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาปรินิพพานวิหารและเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตะภาวนา ปิดทองที่ฝ่าพระบาท ถวายผ้าห่มพระประธาน จุดธูปเทียนปักทักษิณรอบปรินิพพานวิหาร แล้วชมสถานที่พระอานนท์ เกาะสลักเพชรร้องไห้ ซากปรักหักพังของกุฎิ เจดีย์ ชมต้นสาละอันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธ์เสร็จ นมัสการ มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธ เจ้าปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ สร้างขึ้นมาหลังการถวายพระเพลิงชาวบ้านเรียกว่า รามภาร์ (Ramabhar)...จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม วัดไทย กุสินาราเฉลิมราชย์ นำท่านชม พุทธวิหาร ปรินิพพาน พระเจ้าอโศกมหาราช เคยเสด็จมายังสถานที่ปรินิพพาน ณ เมืองกุสินารา แห่งนี้ และได้บริจาคพระราชทรัพย์หนึ่งแสนรูปี โปรดเกล้าดำริให้ก่อสร้างพระสถูปขนาดใหญ่ขึ้น ณ ที่ พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ภายใต้ต้นสาละทั้งคู่เมื่อวันเพ็ญวิสาขบูชา โดยสร้างคร่อมแท่นปรินิพพาน |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ และพักค้างคืน ณ โรงแรม LOTUS หรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่ห้า ของการเดินทาง |
กุสินารา – เนปาล - สวนลุมพินีวัน |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.00 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองลุมพินี (ระยะทาง 175 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เดินทางถึงชายแดน อินเดีย – เนปาลประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง |
| 12.30 น. |
เดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ NEW CRISTAL HOTELหรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ที่ประสูติของพระพุทธองค์ ณ สวนลุมพินีวัน ในอดีตเป็นอุทยาน ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กรุงกบิลพัสดุ์ และ กรุงเทวหะ พระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา ซึ่งประทับอยู่กรุงกบิลพัสดุ์ขณะที่ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จประพาสสวนพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ระหว่างทางเกิดประชวรจะมี พระประสูติกาล ราชบริพารจึงจัดที่ประสูติถวายภายใต้ต้นสาละ ประสูติพระโอรส คือ สิทธัตถกุมาร ณ สถานที่นี้ปัจจุบันมีเสาหินของพระเจ้าอโศกปรากฏอยู่ ก่อนหน้านี้มีต้นโพธิ์และวิหารมายาเทวี นมัสการสถานรอยพระพุทธบาทที่ประทับลงมายังพื้นปฐพีเป็นครั้งแรก เจริญพระพุทธมนต์ เจริญสมาธิภาวนา แล้ว ชมหินสลักภาพประสูติ ชม เสาอโศก และสระโบกขรณี |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| |
|
| วันที่หก ของการเดินทาง |
ลุมพินี – สาวัตถี – วัดเชตวันมหาวิหาร (พระคันธกุฎี ) |
| 06.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก |
| 07.00 น. |
ออกเดินทางสู่เมือง สาวัตถี หรือ ศราวัสตี (Sravasti) สมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง) |
| 11.30 น. |
ถึง เมืองสาวัตถี เดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ LOTUS NIKKO HOTELหรือเทียบเท่า |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมสถานที่พระพุทธองค์แสดง ยมกปาฏิหาริย์ มีลักษณะเป็นเนินดินสูงประมาณ 50 เมตร ที่แห่งนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฎิหารย์เพื่อโปรดประชาชนชาวสาวัตถีและข่มเจ้าลัทธิอื่นๆ จากนั้นทรงเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์ เมื่อออกพรรษา ทรงเสด็จลงจากสวรรค์ในวันเทโวโรหนะ ที่สังกัสสะนคร นำท่านสู่ วัดเชตวันมหาวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษา นานถึง 19 พรรษา เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่สำคัญที่สุด นมัสการพระคันธกุฎี ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูฝน นมัสการ ธรรมศาลา ที่ใหญ่ที่สุด ธรรมสภา กุฏิพระอรหันต์ เช่น พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสิวลี พระอานนท์ พระราหุล พระองคุลิมาล พระมหากัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล นมัสการ “อานันทะโพธิ“ ต้นโพธิ์ ที่มีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบันชมคฤหาสน์ของ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี บ้านบิดาของท่านองคุลิมาล ชมสถานที่ธรณีสูบพระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา
เดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ LOTUS NIKKO HOTEL |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| |
|
| วันที่เจ็ด ของการเดินทาง |
สาวัตถี – พาราณสี – สารนาถ– พิพิธภัณฑ์สารนาถ – ป่าอิสิปัตนมฤคทายวัน |
| 06.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 07.00 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี (ระยะทาง 278 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง) เป็นเมืองเก่าแก่กว่า 6,000 ปี ไม่เคยร้าง ในชาดกได้ระบุชื่อเมืองนี้มากมาย ผู้ครองเมืองก็มักจะชื่อ พระเจ้าพรหมทัตต์ คุ้นหูของชาวพุทธมาก สมัยพุทธกาล เมืองนี้เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ ตอนตรัสรู้แล้วใหม่ๆ ได้เสด็จจากอุรุเวลาเสนานิคม มายังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (ป่าเป็นที่ปฏิบัติธรรมของฤาษีอันเป็นเขตอภัยทาน)ปัจจุบันเมืองนี้เรียกว่า สารนาถ (ที่พึ่งของหมู่กวาง) |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ระหว่างการเดินทาง) |
| 15.00 น. |
จากนั้นเข้าสู่เมืองสารนาถ ชมพิพิธภัณฑ์สารนาถ ที่รวบรวมเก็บรักษาพระพุทธรูปและวัตถุโบราณที่ขุดได้ในบริเวณสารนาถเมื่อปี พ.ศ. 2483 โดยมียอดเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราชซึ่งแกะสลักเป็นรูปสิงโต 4 เศียรหันหลังชนกัน และพระพุทธรูปหินทรายแดงเนื้อละเอียดปางปฐมเทศนาที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่งในชมพูทวีปเป็นไฮไลน์ นำท่านเดินทางสู่ ตำบลสารนาถ เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปัตนมฤคทายวัน“ตำบลสารนาถ”เป็นสังเวชนียสถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เมื่อวันเพ็ญอาสาฬหมาส เป็นครั้งแรก สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงพบปัจจวคีย์นำท่านเข้าสู่ ธัมเมกขสถูป สถานที่พระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาโปรด พระปัญจวัคคีย์ ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์บำเบ็ญสมาธิภาวนา ณ ธัมเมกขสถูป ชม “ยะสะเจดีย์” สถานที่ยะสะกุลบุตรพบพระพุทธองค์ บูชาสักการะ พระมูลคันธกุฏิ กุฏิที่พระพุทธองค์จำพรรษาครั้งแรกหลังจากตรัสรู้ แล้วชม สังฆาราม กว่า 1,000 หลังและชมหลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชอันเป็นหลักฐานสำคัญสื่อให้รู้ว่าเป็นสถานที่พระพุทธองค์ได้แสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก |
| ค่ำ |
เข้าที่พัก ณ IDEAL TOWER HOTELหรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| |
|
| วันที่แปด ของการเดินทาง |
พาราณสี – ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา – กรุงเทพฯ |
| 05.00 น. |
นำท่านล่องเรือชมแม่น้ำคงคาซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาส (Mt.Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามหลักภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัยประเทศเนปาล) ชมพิธีบูชาพระอาทิตย์และการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคาและพิธีการเผาศพซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปี โดยกองไฟที่เผาศพไม่เคยดับมอดลงเลย จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย |
| 11.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 14.00 น. |
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการเจ็ท แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 9W 070 |
| 18.35 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ |