ภูมิศาสตร์
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในยุโรปตะวันตก ระหว่างเบลเยียมและเยอรมนี ติดกับทะเลเหนือ
พื้นที่ 41, 526 ตารางกิโลเมตร พื้นดิน 33,873 ตารางกิโลเมตร พื้นน้ำ 7,655 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่สูงสุด เหนือระดับน้ำทะเล 321 เมตร
พื้นที่ต่ำสุด ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 6.7 เมตร
พื้นที่ที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ร้อยละ 24 ของพื้นที่ทั้งประเทศ

สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบกว้างใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เคยเป็นน้ำทะเลมาก่อนดังนั้นประเทศนี้จึงอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล มีเพียงทางตะวันออกเฉียงใต้ในเขตลิมเบอร์ก เท่านั้นสามารถพบเห็นเนินเขาได้ แม่น้ำไรน์ที่ไหลมาจากเยอรมนี เป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเลจึงทำให้ต้องสร้างเขื่อน เพื่อไม่ให้นำทะเลไหลท่วมได้ เนื่องจากเนเธอร์แลนด์มี ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเหนือ จึงได้รับอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นด้วย ทำให้ภูมิอากาศของประเทศอบอุ่นกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป และมีฝนตกชุกในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง มากถึง 700 มิลลิเมตรต่อปี
ภูมิอากาศ
เย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 18.3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 2.6 องศาสเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 797 มิลลิเมตร
ฤดูใบไม้ผลิ (21 มี.ค - 20 ก.ค) เป็นช่วงดอกไม้บานเ อากาศอยู่ที่ประมาณ 12-20 องศา มีอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะในเดือนเมษายน อาจร้อนนจัดหรือหนาวจัด แม้กระทั่งหิมะก็อาจตกในช่วงนี้ได้เช่นกัน สำหรับคนไทยยังถือว่าอากาศเย็น ดังนั้นควรเตรียมเสื้อแจ๊กเก็ตพออุ่น ถ้ากันฝนได้ด้วยยิ่งดี
ฤดูร้อน (21 ก.ค - 20 ก.ย) ช่วงนี้อากาศจะอุ่นขึ้นอยู้ที่ประมาณ 20-30 องศา เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปหนาแน่น เนื่องจากเป็นช่วงหยุดพักร้อนของชาวยุโรป
ฤดูใบไม้ร่วง (21 ก.ย-20 พ.ย) อากาศเย็นลงอยู่ที่ประมาณ 5-15 องศา ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ทำให้บรรยากาศเหมาะแก่การท่องเที่ยวอีกช่วงหนึ่งทีเดียว
ฤดูหนาว (21 พ.ย - 20 มี.ค) ช่วงนี้อากาศอยู่ที่ประมาณลบ10 - 5 องศา ช่วงนี้สถานที่ท่องที่ยวบางแห่งจะเปิดให้บริการสั้นสลงหรือบางแห่งก็ปิดให้บริการ
เงินตรา
เนเธอร์แลนด์ ใช้เงินหน่วย "ยูโร" (euro, €; รหัสธนาคาร EUR) ในการแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 13 ประเทศตกลงใช้ร่วมกัน เริ่มใช้วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 (บางประเทศใช้ตามในภายหลัง) โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ยูโร ต่อ 48 บาท (17 กรกฎาคม 52)
- นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าได้ 200 มวน สุรา 1 ลิตร(หรือไวน์ 2 ลิตร) น้ำหอม 50 กรัม eau de toilette 0.25 ลิตร กาแฟ 500 ลิตร ชา 100 กรัม
- ไม่เข้มงวดเรื่องการนำเข้าพืช ผลไม้
- ห้ามนำผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เข้าประเทศ
ไฟฟ้า
ไฟฟ้าที่ใช้กันในเนเธอร์แลนด์มาจากหลายต้นกำเนิดด้วยกัน ทั้งจากพลังงานใต้ดิน เช่นน้ำมัน ถ่านหิน พลังงานจากนิวเคลียร์ หรือแม้แต่พลังงานสะอาดที่มีอยู่ทั่วไปเช่น พลังงานลม พลังงานจากน้ำ การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวภาพ สายไฟฟ้าในเนเธอร์แลนด์นั้นไมได้มีหลายสาย ตามจำนวนบริษัทไฟฟ้าแต่อย่างใด การที่คุณใช้ไฟฟ้าจากต่างบริษัทกันนั้น เกิดมาจากการรับสัมปทานจำนวนพลังงานไฟฟ้าของบริษัทเหล่านี้ จากรัฐบาล
ในทุกบ้านจะมีห้องมิเตอร์ของตัวเอง meterkast เป็นที่รวมมิเตอร์ที่ใช้วัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า น้ำประปา น้ำร้อน และแก๊ส ในบางบ้านมีมิเตอร์ไฟฟ้าเพียงหนึ่งเครื่อง คุณจ่ายค่าไฟฟ้าด้วยอัตราปกติ บางบ้านที่มีมิเตอร์สองตัว (ระบบก้าวหน้า) คุณจะเสียค่าบริการในอันตราประหยัด คือ ในเวลาธรรมดา (ซึ่งการใช้ไฟฟ้ามีสูง) คุณจะเสียค่าบริการด้วยราคาที่แพงกว่า ราคาประหยัด ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลาสามทุ่ม ไปจบลงในเวลาเจ็ดโมงเช้าของวันถัดไป ยกเว้นวันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเป็นราคาประหยัดทั้งวัน ดังนั้นถ้าคุณใช้ระบบนี้ ก็สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็นในช่วงที่ค่าไฟราคาแพง
ทั้งไฟฟ้าและน้ำประปานั้น ค่าใช้ยังรวมค่าขนส่ง (ในการผลิตท่อและสายไฟมายังบ้านคุณ) และภาษีชนิดต่างๆเอาไว้ด้วย จึงทำให้ค่าบริการรวมดูแพงกว่าปริมาณการใช้ที่คุณใช้จริงจนน่าใจหาย
กระแสไฟฟ้าที่เนเธอร์แลนด์ใช้คือ 220 โวลต์ 50 เฮิร์ตซ์
น้ำประปา
ในเนเธอร์แลนด์นั้นสะอาด และปลอดภัย คุณสามารถดึ่มได้โดยตรง(จากก๊อกน้ำเย็น) บ้านที่ใช้ระบบทำความร้อนจากส่วนกลาง central verwarming นั้น คุณจะมีมิเตอร์หนึ่งตัวสำหรับน้ำร้อน น้ำร้อนที่เข้ามาในบ้าน จะวิ่งไปตาม radiator ที่เป็นตัวทำความร้อนให้กับบ้าน และจะออกมาเป็นน้ำร้อนที่คุณใช้จากก๊อก ระบบ cv นี้จะทำให้คุณไม่ต้องใช้แก๊สจุดเตาผิงในบ้านในฤดูหนาว ทำให้ปลอดภัยจากภัยจากแก๊สรั่ว และสารอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้แก๊ส บ้านสมัยใหม่ที่ผ่านการบูรณะซ่อมแซมแล้ว และอยู่ในเขตที่รัฐบาลมีเส้นทางน้ำร้อนนี้ ก็จะใช้ระบบทำความร้อนชนิดนี้
น้ำประปาซึ่งเป็นน้ำจากท่อน้ำเย็นนั้น คุณจะเสียค่าบริการได้โดยเหมารายปี คิดตามปริมาณการใช้เป็นคิวบิกลิตร หรือจ่ายตามมิเตอร์จริง (มีเพียงบ้านสมัยเก่าเท่านั้นที่ยังไม่มีระบบมิเตอร์ หรือบ้านหลังใหญ่ที่แบ่งห้องย่อยให้คนเช่า) ผู้เช่าจะเสียค่าประปาเหมารวมต่อปี โดยไม่จำกัดปริมาณการใช้ การจ่ายค่าประปานั้นก็เช่นเดียวกับค่าไฟฟ้า เมื่อคุณใช้บริการในปริมาณที่มากขึ้นจนพ้นจุดๆ หนึ่ง อัตราค่าบริการก็จะเพิ่มขึ้นอีกตามส่วนกันไป เพราะฉะนั้นประหยัดน้ำและไฟได้ ก็ควรจะทำนะคะ วืีธีการประหยัดไฟนั้น ทางผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเหล่านี้ก็มีแผ่นพับและโบรชัวร์ รวมทั้งเวบไซต์บนอินเตอร์เน็ทแจกจ่ายเพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา ได้ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่านี้ไว้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มิใช่คิดแต่เพียงจะได้เงินจากคุณเท่านั้น
เวลา
เวลาของประเทศเนเธอร์แลนด์จะช้ากว่าของประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง
ศาสนา
ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก นิกายโปรแตสแตนท์ อิสลาม และอื่นๆ
การขอวีซ่า
ท่านสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าได้ที่แผนกวีซ่า ณ สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ท่านสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าได้หากท่านทำการนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น ผู้ยื่นขอวีซ่าที่ทำการยื่นเป็นครั้งแรกต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองเท่านั้น ณ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เลขที่ 15 ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กทม
ปัจุบันทางสถานทูตได้ ใช้ระบบนัดหมายออนไลน์ล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว สถานทูตฯขอแนะนำให้ท่านทำการนัดหมายอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนกำหนดการเดินทางหากผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่ามิได้มีการนัดหมายล่วง หน้า จะไม่ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำร้อง
รายละเอียดการขอวีซ่าและแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า
เอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่าท่องเที่ยว (ไม่เกิน 90 วัน)
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่กรอกอย่างสมบูรณ์และลงลายมือชื่อผู้ขอวีซ่า
- รูปถ่ายติดบัตรขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (ภาพสี)
- หนังสือเดินทาง ที่มีอายุใช้ได้อีกอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันที่ท่านเดินทางกลับประเทศไทย
- หนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง
- ค่า ธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า 60 ยูโร ซึ่งต้องชำระเป็นสกุลเงินบาท (ท่านสามารถตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันได้จากป้ายประกาศที่แผนกวีซ่า)
- หนังสือยืนยันจากนายจ้างว่าอนุญาตให้ลางานได้ (ระบุไปให้ละเอียดว่าไปกี่วัน และจะกลับมาทำงานตามปกติ จะดีมากค่ะ)
- ในกรณีที่ท่านพักที่โรงแรม: ยื่นใบยืนยันการสำรองที่พักหรือโรงแรมตลอดระยะการเดินทางของท่าน
- สมุด บัญชีธนาคาร (ปรับข้อมูลเป็นปัจจุบันพร้อมยื่นสำเนาตั้งแต่หน้าชื่อบัญชีจนถึงรายการสุด ท้าย สำหรับสถานทูตฯ) หรือหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก 3 เดือนย้อนหลังจากทางธนาคาร ซึ่งสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายขั้นต่ำคือ 34 ยูโรต่อวัน
ระยะเวลาในการพิจารณา คำร้องขอวีซ่าใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันทำการถึง 2 เดือน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือไม่ หากในกรณีที่คำร้องขอวีซ่าของท่านจะต้องใช้ระยะเวลาการพิจารณานานกว่า 2 เดือน ท่านจะได้รับแจ้งข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร นั่นหมายความว่าท่านควรยื่นคำร้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่ไม่นานกว่า 3 เดือนก่อนการเดินทาง
ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกท่านจะได้รับแจ้งผลการอนุมัติคำร้องขอวีซ่าทาง โทรศัพท์หรือจดหมาย พร้อมทั้งได้รับแจ้งวันที่ท่านสามารถติดต่อขอรับหนังสือเดินทางและวีซ่า
ขั้นตอนการรับวีซ่า:
หากคำร้องขอวีซ่าของท่านได้รับการอนุมัติ ท่านต้องแสดงกรมธรรม์ประกันการเดินทาง ที่มีวงเงินคุ้มครองอย่างน้อย 1,500,000 บาท (30,000 ยูโร) สำหรับค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งคุ้มครองการเคลื่อนย้ายศพกลับประเทศ และครอบคลุมตลอดระยะการพำนักของท่าน
การเดินทางด้วยวีซ่าเซ็งเก้น
เมื่อ ท่านจะเดินทางเข้ากลุ่มประเทศเช็งเก้น ท่านควรนำสำเนาเอกสารที่ท่านได้ใช้ยื่นประกอบการพิจารณาคำร้องขอวีซ่าติดตัว ไปด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากวีซ่าเช็งเก้นไม่ได้เป็นการอนุญาตให้ท่านเดินทางเข้าประเทศในกลุ่ม เช็งเก้นได้โดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่อาจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอให้ท่านแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับการเดินทางหรือหลักฐานการเงินของท่าน
หากจะขอทราบข้อมูลต่างๆ ของไทย รวมทั้งติดต่อขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำ เช่น ขอหรือต่อหนังสือเดินทาง หนังสือมอบอำนาจ การรับรองเอกสาร วีซ่า (สำหรับชาวต่างประเทศและชาวไทยที่ถือหนังสือเดินทางเนเธอร์แลนด์) งานทะเบียนราษฎร์ต่าง ๆ อาทิ สูติบัตรและมรณบัตร ตลอดจนขอความช่วยเหลือในกรณีจำเป็นหรือฉุกเฉินต่างๆ โปรดติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยินดีให้บริการและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ดังนี้
สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ กรุงเฮก
ที่อยู่ : เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูต
โทรศัพท์ (31 70) 345-5444
โทรสาร (31 70) 345-1005
สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทย ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม
The Rembrandt Tower, 13th floor Amstelplein 1
109611 A Amsterdam
โทรศัพท์ (31 20) 465-1532
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก
Laan Copes van Cattenburch 123
2585 EZ The Hague
โทรศัพท์ (31 70) 345-0632, 345-2088
โทรสาร (31 70) 345-1929
การเดินทางในประเทศเนเธอร์แลนด์
การคมนาคมในประเทศเนเธอร์แลนด์ถือได้ว่ามีความสะดวกสบายมาก การเดินทางระหว่างเมืองจะใช้รถไฟ และรถเมล์ระหว่างเมืองเป็นหลัก ส่วนการเดินทางในเมืองมีรถเมล์ แต่ในเมืองใหญ่เช่น Amsterdam และ Rotterdam มีรถราง (Tram ) และรถไฟใต้ดิน (Metro) ด้วย สำหรับตั๋วที่ใช้กับรถเมล์ รถรางและรถไฟใต้ดินเรียกว่า Strippenkaart พาหนะที่นิยมใช้กันมากอีกอย่างคือจักรยานโดยเฉพาะการเดินทางภายในเมืองที่ การจราจรหนาแน่นมากๆ
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประจำชาติคือทิวลิป ซึ่งมีต้นกำเนิดจากตุรกี แต่ดอกไม้ที่ผลิตมากที่สุดคือกุหลาบ
ดอกคาร์เนชั่นสีแดงเป็นดอกไม้ต้องห้ามในเนเธอร์แลนด์เพราะมีความเกี่ยวข้องกับทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง