ภูมิศาสตร์
ประเทศมาเลเซียมีพื้นที่ 330,307.1 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2 ใน 3 ของประเทศไทย มาเลเซียประกอบด้วยชนหลายเชื้อชาติ ตั้งอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างละติจูด 1 องศาเหนือ และ 7 องศาเหนือ ลองติจูด 100 องศาตะวันออก และ 120 องศาตะวันออก ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายู ในทางภูมิศาสตร์มาเลเซียประกอบด้วย 2 ส่วน คือ มาเลเซียตะวันตกและมาเลเซียตะวันออกซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเกาะบอร์เนียว ทั้งสองส่วนแยกห่างจากกันประมาณ 670 กิโลเมตร โดยมีทะเลจีนใต้คั่นอยู่
- มาเลเซียตะวันตก
มาเลเซียตะวันตกตั้งอยู่ที่ปลายแหลมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อาณาเขตทิศเหนือจดประเทศไทยและทิศใต้เป็นประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมาเลเซีย ประกอบด้วยรัฐต่างๆ 11 รัฐ ได้แก่ ยะโฮร์ เคดาห์ กลันตัน มะละกา เนกรี-เซ มบิลัน ปาหัง ปีนัง เปรัค เปอร์ลิส ตรังกานู และเซลังงอร์ ส่วนที่ยาวที่สุดจากรัฐเปอร์ลิสถึงช่องแคบยะโฮร์ ยาว 740 กิโลเมตร ส่วนกว้างที่สุดจากฝั่งตะวันออกถึงฝั่งตะวันตก กว้าง 320 กิโลเมตร มีพื้นที่รวม 131,583.67 ตารางกิโลเมตร
- มาเลเซียตะวันออก
ตั้ง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกาลิมันตัน หรือเกาะบอร์เนียว ประกอบด้วย 2 รัฐคือ ซาบาห์ และซาราวัค โดยมีประเทศบรูไนคั่นอยู่ระหว่างรัฐทั้งสองมีพื้นที่ 198,897.4 ตารางกิโลเมตร
ภูมิอากาศ
มาเลเซียตั้ง อยู่ในเขตภูมิอากาศภาคพื้นสมุทร อากาศร้อนชื้นและฝนตกชุก อยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสลมจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งทำให้เกิดฝนในเขตชายฝั่งตะวันออกของคาบ สมุทรมาเลเซียชาย ฝั่งรัฐซาบาห์และซาราวัค ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เป็นช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิประจำวันโดยเฉลี่ยแตกต่างกันระหว่าง 21-32 องศาเซลเซียส และบริเวณที่สูงมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-29 องศาเซลเซียส ความชื้นประมาณร้อยละ 80 จำนวนน้ำฝนวัดได้ต่อปีอยู่ระหว่าง 2,032 ถึง 2,540 มิลลิเมตร
เงินตรา
ริงกิตมาเลเซีย หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า ดอลลาร์มาเลเซีย เป็นเงินตราประจำชาติของประเทศมาเลเซีย ซึ่งแบ่งเป็น 100 เซ็น (รหัสเงินตรา MYR). ดอลลาร์สิงคโปร์และดอลลาร์บรูไนก็เรียกว่า ริงกิต ในภาษามาเลย์ คำว่า ringgit ในภาษามาเลย์แปลว่า "เป็นหยัก ๆ" และใช้อ้างถึงขอบหยัก ๆ ของ เหรียญเงินของประเทศสเปนที่ใช้แพร่หลายในพื้นที่
ในปี พ.ศ. 2380 รูปีได้กลายเป็นเงินตราราชการชนิดเดียวในอาณานิคมช่องแคบ (Straits Settlements) แต่ในปี พ.ศ. 2410 เหรียญเงินได้เป็นเงินตราที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2446 ได้มีการนำดอลลาร์ช่องแคบ (Straits dollar) ออกมาใช้โดย Board of Commissioners of Currency โดยที่ตั้งราคาไว้ที่ 2 ชิลลิง และ 4 เพนซ์ และได้มีการห้ามไม่ให้ธนาคารเอกชนออกธนบัตรเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ได้เกิดความไม่ต่อเนื่องของเงินตรา 2 ครั้ง คือ การยึดครองของประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2485-2487) และการลดค่าเงินของปอนด์สเตอร์ลิงในปี พ.ศ. 2510 เป็นเหตุให้ธนบัตรของ Board of Commissioners of Currency of Malaya and British Borneo ลดค่าไป 15% ในขณะที่ดอลลาร์ของ Bank Negara Malaysia และ Commissioners of Currency ของสิงคโปร์และบรูไนไม่มีการลดค่า
ชื่อภาษามาเลย์ คือ ริงกิต และ เซ็น ได้กลายเป็นชื่ออย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2518 ก่อนหน้านี้ เงินตราได้เรียกเป็น ดอลลาร์ และ เซนต์ ในภาษาอังกฤษ และ ริงกิต และ เซ็น ในภาษามาเลย์ อย่างไรก็ดี การใช้สัญลักษณ์ดอลลาร์ "$" (หรือ "M$") ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น "RM" (Ringgit Malaysia) จนถึงช่วง พ.ศ. 2533
ตั้งแต่วิกฤตทางการเงินในเอเซียเมื่อปี พ.ศ. 2540 ได้มีการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนของริงกิตกับดอลลาร์สหรัฐไว้ที่ RM3.80 ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2552 อยู่ที่ 1 ริงกิต ต่อ 8.50 บาท
ผู้เดินทางเข้าออกประเทศมาเลเซียต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งมีอยู่ขณะเดินทาง
ผู้ที่มีถิ่นพำนักและไม่มีถิ่นพำนักในประเทศมาเลเซีย ได้รับอนุญาตให้นำเงินมาเลเซียเข้าและออกจากประเทศได้ เป็นจำนวนไม่เกินคนละ 1,000 ริงกิต หรือประมาณ 10,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนเงินตราต่างประเทศ ที่นำเข้ามาเลเซียต่อครั้ง
ผู้มีถิ่นพำนักในมาเลเซียได้รับอนุญาตให้นำเงินตราต่างประเทศออกจากประเทศได้ต่อคนต่อครั้ง ไม่เกิน 10,000 ริงกิต
ผู้ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศมาเลเซียได้รับอนุญาตให้นำเงินตราต่างประเทศออกจาก ประเทศมาเลเซียได้ ตามจำนวนเงินไม่เกินจำนวนที่ได้แจ้งการนำเงินเข้าไว้เมื่อเดินทางเข้าประเทศ มาเลเซีย
หากประสงค์จะขอนำเงินเข้าหรือออกมากกว่าที่กำหนดไว้ สามารถยื่นคำร้องขออนุญาตได้ที่
Director of Exchange Control Development
Bank Negara Malaysia
Jalan Dato'Onn
50480 Kuala Lumpur
Tel. 603-2916473, 2928736, 2988044
ext. 8052/8094/8276
Fax. 603-2937732
ไฟฟ้า
ประเทศมาเลเซียมีระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ซ และใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาแบน ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่มาเลเซีย ควรพก Adapter ไปด้วย
เวลา
เวลาในประเทศมาเลเซีย เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
ศาสนา
ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ดี มีผู้นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ ลัทธิเต๋า ฮินดูหรือซิกห์ อยู่ทั่วไป
การขอวีซ่า
โดยปกติแล้ว คนไทยที่จะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย สามารถอยู่ในมาเลเซียได้นาน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่หากประสงค์ที่จะอยู่นานกว่านั้น ท่านจะต้องมีวีซ่า ซึ่งท่านสามารถติดต่อขอรับวีซ่า ได้ที่สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย หรือ สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย จังหวัดสงขลา
การเดินทาง
การเดินทางเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเลือกเดินทางได้หลายแบบ คือ
การเดินทางโดยเครื่องบิน: มาเลเซียเป็นประเทศที่มีสนามบินนานาชาติอยู่ถึง 5 แห่งด้วยกัน คือ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง ลังกาวี โกตาคินาบาลู และ กูชิง ส่วนสนามบินภายในประเทศ มีอยู่ 14 แห่ง ทั่วประเทศ
การเดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศ: การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองหาดใหญ่ด้วยรถโดยสารปรับอากาศ แล้วเดินทางต่อเข้าไปยังมาเลเซียด้วยรถตู้ปรับอากาศ หรือ รถโดยสารปรับอากาศ วิธีนี้ถือเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกมากและยังประหยัดอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางไปมาเลเซียได้โดยการโดยสารรถไฟ หรือ อาจขับรถยนต์ส่วนตัวไปก็ได้ แต่ไม่แนะนำวิธีการขับรถเข้าไปมาเลเซียเอง เพราะการดำเนินการค่อนข้างยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง
ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองต่างๆ ภายในประเทศมาเลเซียนั้นนับว่า สะดวกมาก การเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศจาก กรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปยังเมืองต่างๆในประเทศ จัดว่าสะดวก และ ประหยัดที่สุด ทั้งยังเป็นวิธีการเดินทางที่คนมาเลย์นิยมมากที่สุดอีกด้วย
ข้อแนะนำพิเศษ: สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศมาเลเซีย มีข้อควรระวังคือ อย่าหลงเชื่อรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ตามสถานีรถไฟ สถานีขนส่งรถปรับอากาศ หรือ ตามสนามบิน ขอให้ท่านตรวจสอบสถานที่ให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง และควรต่อรองราคาให้ดี ท่านมีทางเลือกในการเดินทางอยู่พอสมควร คือ รถเมล์โดยสาร หรือ รถไฟใต้ดิน โดยเฉพาะในกรุงกัวลาลัมเปอร์ การเดินทางและการคมนาคมขนส่งสะดวกสบายมาก มีรถไฟลอยฟ้า และ รถไฟใต้ดินถึง 3 สายด้วยกัน และมีราคาประหยัดมาก
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประจำประเทศมาเลเซียคือ ดอกชบา