ภูมิศาสตร์
อินเดียเหนือ ประกอบไปด้วยที่ราบลุ่มแม่น้ำที่เหมาะสมแก่การเกษตรกรรม เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดิน และยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ถ่านหิน และเหล็ก ในบริเวณแคว้นพิหาร ทำให้ตอนเหนือเหมาะเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรม
อินเดียใต้ สภาพภูมิศาสตร์จะเป็นที่ราบสูง ค่อนข้างแห้งแล้ง ไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรมอย่างไรก็ตามก็ยังมีแม่น้ำสายสั้น ๆ ที่ทำให้เกิดที่ราบชายฝั่ง ที่ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมอินเดียอีกแห่งหนึ่ง
อินเดียในยุคโบราณมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุม 5 ประเทศในปัจจุบัน คือ ประเทศอินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ และอัฟกานิสถาน อินเดียเป็นอนุทวีป (Subcontinent) ที่อยู่ทางใต้ของทวีปเอเชีย เป็นดินเเดนรูปสามเหลี่ยมหัวกลับขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ใหญ่พอๆ กับทวีปยุโรป และมีพรมแดนที่ถูกปิดทุกด้าน โดยปลายยอดอยู่ทางด้านใต้ยื่นไปในมหาสมุทรอินเดีย แผ่นดินส่วนใหญ่จึงแวดล้อมด้วยทะเล ส่วนแผ่นดินที่เหลือทั้งหมดจะแวดล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงทั้งสิ้น โดยฝั่งตะวันออกติดเทือกเขาของพม่า ฝั่งตะวันตกติดเทือกเขาฮินดูกูช ส่วนตอนเหนือซึ่งเป็นเหมือนฐานของสามเหลี่ยม ตลอดอาณาเขตมีเทือกเขาหิมาลัยพาดเป็นแนวยาวสูงตระหง่าน
อาณาบริเวณของอินเดียโบราณนั้น แบ่งได้เป็น 3 เขต ได้แก่
-
เขตเทือกเขาหิมาลัย เขตลุ่มแม่น้ำสายใหญ่ และเขตที่ราบสูงทางตอนใต้ ด้านเหนือสุดของดินเเดนสลับสล้างไปด้วยพืดเขาสูงลิบลิ่วซึ่งปกคลุมขาวโพลน ด้วยหิมะตลอดปี เป็นแนวกำแพงภูเขามหึมาที่ทอดตัวโค้งเหมือนกับดาบโง้ง แบ่งอนุทวีปอินเดียออกจากส่วนอื่นของทวีปเอเชีย ยอดเขาหิมาลัยและทิวเขาการาโกรัม (Karakoram) ด้านที่ประชิดกันเป็นส่วนสูงที่สุดในโลกและยาวเรื่อยมาจนถึงปลายด้านทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือด้านแนวเทือกเขาฮินดูกูช (Hindukush) ยามที่ต้องแสงพระอาทิตย์แลประดุจเอาทองมาทาบทา บางเวลากลับแลดูสลัวด้วยเมฆหมอกที่สลับซับซ้อนไปจนสุดสายตา
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล มีทุ่งโล่งสาลีเกษตรที่ได้รับความสมบูรณ์จากแม่น้ำทั้งหลาย อันมีแม่น้ำสายสำคัญ 3 สาย เรียงจากตะวันตกไปหาตะวันออก คือ แม่น้ำสินธุ แม่น้ำคงคา และแม่น้ำพรหมบุตร ซึ่งรับน้ำที่เกิดจากการละลายลงของหิมะที่ปกคลุมยอดเขาหิมาลัยในฤดูร้อน นำความอุดมสมบูรณ์มาให้อินเดีย จนกระทั่งก่อกำเนิดเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญของอินเดียมาแต่สมัยโบราณ
- ที่ราบสูงทางตอนใต้ต่อจากเทือกเขาวินธัย (Vindhyas) ลงมา คือบริเวณที่เป็นคาบสมุทรของอินเดียซึ่งเรียกว่า ที่ราบสูงเดคคาน (Deccan) และทะเลทรายธาร์ (Thar) ที่ทั้งร้อนและแห้งแล้ง บางคราวดินแดนแห่งนี้ก็หนาวเหน็บจนหิมะจับขาวโพลน บางคราวแผ่นดินก็ร้อนระอุดูเวิ้งว้างปราศจากพืชพันธุ์เพราะแทบจะไม่มีฝนตก เลย ส่วนที่ราบต่ำสำหรับปลูกพืชผลตามลุ่มน้ำ บางปีก็มีน้ำเอ่อล้นฝั่งจนเกิดอุทกภัยคร่าชีวิตมนุษย์ไปครั้งละนับร้อยนับ พันคน แต่บางปีในหน้าแล้งแม่น้ำสายใหญ่ๆ ก็กลับกลายเป็นดุจทะเลทรายที่แห้งผาก
ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ถูกแบ่งด้วยภูเขา แม่น้ำ และทะเลทรายออกเป็นเขตๆ จึงกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปมาติดต่อระหว่างกัน ทำให้อินเดียแบ่งออกเป็นหลากหลายเผ่าพันธุ์ จำนวนภาษาที่ใช้ก็มีมากกว่าร้อยภาษา ยิ่งอินเดียภาคเหนือกับอินเดียภาคใต้ด้วยแล้วจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงราวกับ เป็นคนละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสีผิว ภาษา หรือพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ล้วนต่างกัน จนยากที่จะกล่าวว่าเป็นผืนดินเดียวกัน ดังนั้นความมีเอกภาพของดินแดนแห่งนี้จึงเกิดขึ้นได้ยาก จะมีก็แต่สมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชเท่านั้น ที่ทรงแผ่พระราชอำนาจเหนืออาณาจักรอันไพศาล กว้างไกลไปจนครอบคลุมอนุทวีปเกือบทั้งหมด
ภูมิอากาศ
อินเดียมี 3
ฤดูกาลได้แก่
ฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35
องศาเซลเซียส
ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ
28 องศาเซลเซียส
ฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคมอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ
10-17 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ - 3 องศาเซลเซียส
เฉพาะบางเมืองเท่านั้น
เงินตรา
รูปีอินเดีย (INR)หน่วยย่อยของรูปีเรียก เปซ่า (Paise) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 48.8 รูปี และ 1 รูปี เท่ากับ 0.7 บาท (16 ก.ค. 2552)
บัตรเครดิตที่สามารถใช้ได้ทั่วไปคือบัตร Visa American Express และ Mastercard
สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 เหรียญสหรัฐ แต่จะต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ก่อนนำเข้า
ห้ามการนำเข้าและส่งออกเงินรูปีอินเดีย ถือว่าผิดกฎหมาย
เครื่อง ประดับประเภททองรูปพรรณ จะนำเข้าได้ไม่เกิน 5 กิโลกรัม และต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีทัศน์ จะต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่
ชาวต่างประเทศอาจเปิดบัญชีกับธนาคารต่างประเทศได้ และผู้เปิดบัญชีควรถือเงินสด หรือ Traveller's Cheque
การเบิกถอนเงินตราต่างประเทศในรูปเงินสดจากบัญชีธนาคารจะจำกัดไว้ไม่เกิน 500 เหรียญสหรัฐต่อเดือนต่อคน หากเกินครั้งละ 500 เหรียญสหรัฐต้องแสดงหลักฐานการอนุญาตให้นำเงินจำนวนนั้นเข้าประเทศ
การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินรูปีอินเดียโดยวิธีการอื่น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ไฟฟ้า
ใช้ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกับประเทศไทย หากต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ที่อินเดีย อาจจะต้องเปลี่ยนปลั๊กไฟเป็นแบบขากลม
เวลา
เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมงแต่การทำกิจกรรมและบริหารเวลาจะต่างกันมากโดยทั่วไปชาวอินเดียส่วนใหญ่จะเริ่มงานและทานอาหารเช้าเวลา10.00 น.และพักเที่ยงตอน 14.00 น.หรือ 15.00 น. และทานอาหารเย็ยตอน 20.00 น.
ศาสนา
อินเดีย เป็นประเทศที่ให้อิสระในการนับถือศาสนาและยังเป็นแหล่งกำเนิดของพุทธศาสนาอีกด้วยพระพุทธเจ้าตรัสรู้และปรินิพานในประเทศอินเดียชาวพุทธท่านก็ตามที่ได้ไปเยือนและตามรอยพระ พุทธบาทแล้วจะต้องติดใจและอยากกลับไปอีกถึงแม้การเดินทางจะไม่สะดวกสบายเท่า ที่ควรก็ตาม อินเดียได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของศาสนาและปรัชญา อินเดียไม่มีศาสนาประจำชาติแต่อินเดียเป็นเมืองกำเนิดศาสนาสำคัญของโลก 4 ศาสนา คือ ฮินดู อิสลาม พุทธ และเชนปัจจุบันศาสนาเหล่านี้ยังคงมีชาวอนเดียนับถือศรัทธาอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ชาวอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งมีจำนวนถึง 82.41% นับถือศาสนาอิสลาม 11.67% นอกนั้นนับถือศาสนาอื่นๆโดยผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมีอยู่ประมาณ 0.77% ศาสนาฮินดูมีอายุยาวนานกว่า 5,000 ปีเป็นศาสนาเก่าแก่มากที่สุดศาสนาหนึ่งของโลกส่วนศาสนาพุทธและศาสนาเชน ถือกำเนิดมา 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ศาสนาสำคัญทั้งสามนี้หล่อหลอมจิตใจวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวอินเดียจนเป็นเช่นที่เห็นในปัจจุบันศาสนาอิสลามเข้ามาในอินเดียตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ศาสนาซิกซ์เป็นอีกศาสนาหนึ่งที่เกิดขึ้นในอินเดียในศตวรรษที่ 15 ขณะนี้มีชาวอินเดียนับถือศาสนาซิกซ์อยู่ประมาณ 2% นอกจากนี้ มีชาวยิวอยู่ประมาณ 2-3 พันคน
การขอวีซ่า
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) ของประเทศอินเดีย สามารถยื่นขอได้ที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย อยู่ที่ซอยประสานมิตร ใกล้ๆ กับด้านหลังตึก GMM แกรมมี่ หรือหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จะเข้าจากทางซอยอโศกก็ได้
แผนกวีซ่า จะเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 12.00 น. สำหรับคนสัญชาติไทย ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทย ก็เตรียมเอกสาร ดังนี้
1. หนังสือเดินทางไทย ซึ่งต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (พร้อมถ่ายสำเนาหน้าที่มีรูปมาอีก 1 แผ่น)
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 แผ่น
3. รูปถ่ายหน้าตรง 1 นิ้วครึ่ง หรือ 2 นิ้ว 1 ใบ
4. เงินค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย 1,700 บาท
การเดินทางในอินเดีย
ทางอากาศ
ประเทศอินเดียมีสนามบินนานาชาติหลายแห่งในทุกภาคของประเทศ
ทางรถไฟ
การรถไฟของอินเดียดำเนินการโดยรัฐบาลเรียกว่าIndia Railways เป็นเส้นทางเดินรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย และใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของโลก มีเส้นทางเดินรถไกล 62,000 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟทั้งหมดจำนวน 7,000 สถานี ผู้โดยสารมากถึงวันละ 12 ล้านคน
ทางรถยนต์
กฏจราจรของอินเดียคือไปซ้ายมาขวาเหมือนเมืองไทยอินเดียมีระบบขนส่งมวลชนบริการเป็นเส้นทางกระจายเชื่อมโยงทั่วทุกเมืองในประเทศ รถบัสมีประโยชน์มากสำหรับคนอินเดียที่อาศัยอยู่ในภูมิอากาศที่เป็นภูเขาสูงและไม่มีทางรถไฟติดต่อกับเมืองอื่นๆ อินเดียมีประชากรที่ยากจนและมีจำนวนมากรสบัสซึ่งเป้นพาหนะเพียงอย่างเดีวที่คนอินเดียส่วนใหญ่ของประเทศใช้กัน จึงค่อนข้างแออัดยัดเยียดและไม่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
รถเช่า
บริการรถเช่าในอินเดียจะให้เช่าพร้อมคนขับด้วย เพราะการขับรถในอินเดียไม่ง่ายนักนอกจากจะต้องรู้จักถนนหนทางแล้วยังต้องคอย ระวังคนและสัตว์ที่มักออกมาเพ่นพ่านเกะกะอยู่บนถนนอย่างถูกต้องเสียด้วย และเราจะได้ยินเสียงบีบแตรตลอดเวลาจนเหมือนจะเป็น วัฒนธรรมการขับรถในประเทศ อินเดียแต่ถึงจะมีรถมากแต่อินเดียมีสถิติของอุบัติเหตุทางรถยนต์น้อยมาก
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประจำชาติของอินเดียคือ ดอกบัว