ทัวร์เกาหลี พักสกีรีสอร์ท พม่า เอิร์ธอยากเล่า FB เอิร์ธ แทรเวล
รางวัลมาตราฐานธุรกิจนำเที่ยว
              
โปรแกรมทัวร์ ทัวร์โปรโมชั่น การชำระเงิน สัมนาดูงาน ภาพจากทริป รู้จักเอิร์ธ ติดต่อเอิร์ธ
 
พม่า 18,999.-
ภูฏาน 44,900.-
ญี่ปุ่น 34,900.-
เกาหลี 15,900.-
จีน 39,900.-
มัลดีฟส์ 24,800.-
สิงคโปร์ 16,999.-
ภูเก็ต 5,100.-
เวียดนาม 16,900.-
ฮ่องกง 8,888.-
สิกขิม 29,900.-

 

 
 
บาหลี
พม่า
กัมพูชา
ลาว
มาเลเซีย
ญี่ปุ่น
เกาหลี
อินเดีย
เนเธอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์
เวียดนาม
ฮ่องกง
จีน
สิงคโปร์
มัลดีฟส์
ภูฏาน

 
+ ภาคเหนือ
+ ภาคกลาง
+ ภาคตะวันออก     เฉียงเหนือ
+ ภาคตะวันออก
+ ภาคตะวันตก
+ ภาคใต้
 

อัตราแลกเปลี่ยน
ภาษาน่ารู้
สภาพอากาศ
เอิร์ธอยากเล่า
เอิร์ธอยากเล่า

กัมพูชา



ภาพจากทริป

สถานที่ท่องเที่ยวกัมพูชา

       ปราสาทพะโค (Prasat Preah ko) นครวัด (Angkor Wat)
       นครธม (Angkor Thom) เขาพนมบาเค็ง (Phnom Bakheng)
       ปราสาทตาพรหม (Prasat Ta Prohm) ปราสาทบันทายศรี (Banteay Srei)
       เสียมราฐ (Siem Reap) พนมกุเลน (Phnom Kulen National Park)
       ตลาดไนท์มาเก็ต (Angkor Night Market)  
กัมพูชา กัมพูชา ดินแดนเทวะ อารยธรรมมรดกโลก 1,000 ปี
ธงชาติกัมพูชา
ธงชาติของกัมพูชา
ตราแผ่นดินของกัมพูชา
ตราสัญลักษณ์ของกัมพูชา
        ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)ในช่วง พ.ศ. 2497 - 2513 เป็นการบริหารประเทศในช่วงแรกของพระนโรดม สีหนุ ตั้งแต่กัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส ในช่วงแรกทรงเป็นประมุขของประเทศในฐานะพระมหากษัตริย์ ต่อมาทรงสละราชสมบัติมาเล่นการเมือง จัดตั้งพรรคสังคมราษฎร์นิยม แนวนโยบายช่วงแรก ทรงนิยมตะวันตก ต่อต้านคอมมิวนิสต์และเวียดนาม และดำเนินนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับไทย ทั้งกรณีพิพาทเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร และการกวาดล้างชาวไทยเกาะกงในจังหวัดเกาะกง ภายหลังทรงหันไปเป็นมิตรกับจีนและเกาหลีเหนือมากขึ้น จนถูกรัฐประหาร โดยลน นล เมื่อ พ.ศ. 2513 ซึ่งได้จัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐเขมรขึ้นแทน พระนโรดม สีหนุต้องลี้ภัยไปจัดตั้งรัฐบาลราชอาณาจักรกัมพูชาพลัดถิ่น ที่กรุงปักกิ่งประเทศจีน

แผนที่ประเทศกัมพูชา


ลักษณะภูมิประเทศกัมพูชา
        กัมพูชาตั้งอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาว 450 กิโลเมตร ความกว้าง 500 กิโลเมตร (หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย) ส่วนใหญ่เป็นที่ราบประกอบด้วยที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง มีทิวเขาล้อมรอบทางเหนือ คือ เทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาบรรทัด เทือกเขาอันนัม กัมพูชามีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือ ตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบและลุ่มแม่น้ำโขงอันกว้างขวางมีภูเขาล้อมรอบอยู่ 3 ด้านได้แก่

ด้านตะวันออก : มีแนวเทือกเขาอันนัมเป็นพรมแดนกับประเทศเวียดนาม
ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ : มีแนวเทือกเขาพนมดงรักที่เป็นพรมแดนกับประเทศไทย
ด้านใต้และตะวันตกใต้ : มีแนวเทือกเขาบรรทัดที่เป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย
ด้านตะวันออกเฉียงใต้ : เฉพาะด้านตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
   

ลักษณะภูมิอากาศกัมพูชา
กัมพูชามีที่ตั้งตามละติจุดอยู่ในแนวเดียวกับประเทศไทยตอนบน ทำให้มีลักษณะ ภูมิอากาศที่เหมือนกับประเทศไทย คือพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอากาศร้อน-ชื้น สลับแล้ง ทะเลอ่าวไทยจะมีฝนชุกกว่าตอนกลางและตอนบน ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน

วัฒธรรมกัมพูชา

วัฒนธรรมกัมพูชา
ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติมีพื้นฐานมาจากศาสนาทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู กัมพูชาได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ทั้งทางด้านภาษาและศิลปะผ่านทางแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งจากการค้าทางทะเลทางไกลกับอินเดียและจีนจนเกิดอาณาจักรฟูนันขึ้นเป็นครั้งแรก

สกุลเงินของกัมพูชา
เงินเรียล (Riel : KHR) อัตราแลกเปลี่ยน 4,000 เรียลเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100 เรียล เท่ากับ 1 บาท

ศาสนากัมพูชา
ศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท (แยกเป็น 2 นิกายย่อย คือ ธรรมยุตินิกายและมหานิกาย) และศาสนาอื่นๆ อาทิ ศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ 

ภาษากัมพูชา
ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม ภาษาไทย และภาษาจีนศาสนา ศาสนาประจำชาติ คือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท (แยกเป็น 2 นิกายย่อย คือ ธรรมยุตินิกายและมหานิกาย) และศาสนาอื่นๆ อาทิศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์

รหัสประเทศกัมพูชา
+855 (รหัสสำหรับโทรทางไกลระหว่างประเทศของพม่า)

เวลาท้องถิ่นกัมพูชา
เวลาเท่ากับประเทศไทย

การแต่งกายกัมพูชา
การแต่งกายของชาวกัมพูชาจะนุ่งผ้าซัมปอต (Sompot) เป็นผ้าทอมือ ถือว่าเป็นการ แต่งกายประจำชาติ สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่จะนุ่งผ้าโฮลกับเสื้อมีกระดุมสีทอง ในงานพิธีจะนุ่ง ผ้าโจงกระเบน เวลาไปวัดจะนุ่งผ้าม่วง

ปลั๊กไฟที่สามารถใช้ได้ในกัมพูชา
ระบบไฟฟ้าคือ 220volt และใช้ปลั๊กไฟสองขาแบบประเทศไทย

วีซ่ากัมพูชา
ท่านที่จะเดินทางเข้าประเทศกัมพูขา ต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง (เอิร์ธ แทรเวล มีบริการขอวีซ่ากัมพูชาให้

   
 
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของกัมพูชา
1. ปราสาทพะโค (Prasat Preah ko)
สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 15 รัชสมัยของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ปราสาทพระโค สร้างด้วยอิฐทั้ง 6 หลัง แบ่งเป็น 2 แถวแถวละ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน และกรอบประตูและกรอบหน้าต่างสร้างด้วยหินทราย ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลางของแถวหน้า มีจารึกภาษาขอมโบราณที่กล่าวถึงประวัติการสร้างปราสาทแห่งนี้ และมีบันทึกไว้ ปราสาทองค์กลาง (ด้านหน้า) สร้างถวายแด่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผู้เป็นปู่ ปราสาทองค์กลาง(ด้านหลัง) สร้างถวายแด่พระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ปราสาทองค์ซ้าย(ด้านหน้า) สร้างถวายพระราชบิดาของพระองค์คือปิทวีณทรวรมัน ปราสาทองค์ซ้าย(ด้านหลัง) สร้างถวายพระราชมารดา ส่วนปราสาททางขวามืออีก 2 หลังสันนิฐานว่าคงจะสร้างให้ญาติ และมีการบันทึกไว้อีกว่าสร้างอุทิศถวายแด่พระปรเมธวระ หรือพระเจ้าสูงสุดอีกพระนามของพระศิวะ อันเป็นที่เครพรักยิ่งของ ชนชาวกัมพูชา
 
2. นครวัด (Angkor Wat)
เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมนครวัดเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เมืองพระนคร ปราสาทนครวัดได้เริ่มสร้างในกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่อบูชาแด่พระวิษณุหรือ พระนารายณ์ ในปี พ.ศ. 1720 ชาวจามได้บุกรุกขอม ทำให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ต้องย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองนครหลวง หรือ เสียมราฐ ในปัจจุบัน หลังจากนั้น พระองค์จึงสร้างเมืองนครธม และ ปราสาทบายน ห่างจากปราสาทนครวัดไปทางเหนือ เพื่อเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของชาวขอม ในปี ค.ศ. 1586 (พ.ศ. 2129) ได้มีนักบวชจากโปรตุเกส นามว่า อันโตนิโอ ดา มักดาเลนา เป็นชาวตะวันตกคนแรกที่ได้ไปเยือนปราสาทนครวัด แต่ที่จะถือว่าเป็นการเปิดประตูให้แก่ปราสาทนครวัดนั้นคือการค้นพบของ อองรี มูโอต์ นักสะสมแมลงและนักสำรวจชาวฝรั่งเศส เมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้วมาปราสาทนครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคสิ้นสุดของราชอาณาจักรขะแมร์ โดยมีหินทรายเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก
 
3. นครธม (Angkor Thom)
เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือประตูทางเข้านครธมด้านใต้จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่นๆ อีก 3 ด้าน
 
4. เขาพนมบาเค็ง (Phnom Bakheng)
เป็นเทวสถานที่สร้างตามลัทธิไศวนิกาย เมื่อราว พ.ศ. 1450 ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กที่มีความสูงประมาณ 70 เมตร มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า ปราสาทยโศธระปุระคือใช้ชื่อของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ต่อมาเรียกว่า พนมบาเค็งตามลักษณะของต้นบาเค็งที่มีอยู่มากในบริเวณภูเขานี้ เขาพนมบาเค็งหรือวนัมกันตาล เป็นภูเขาใจกลางเมืองยโสธรปุระซึ่งเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ และเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ตัวปราสาทพนมบาเค็งจำลองลักษณะมาจากปราสาทบากอง มีสถาปัตยกรรมคล้ายกัน รูปทรงแบบปิรามิด ที่ตัวระเบียงแต่ละชั้นมีปราสาทเล็กๆ 4 มุม ภายในปรางค์ประธานมีศิวลึงค์ตั้งอยู่ตั้งแต่ พ.ศ.1450 ในปีที่เริ่มสร้างปราสาท ในขณะที่การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไปจาก พ.ศ. 1450-1471 นานถึง 21 ปี หลังจากนั้นอีก 40 ปีในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ได้มีการบูรณะซ่อมแซมปราสาทนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก พระพุทธรูปที่เห็นในปรางค์ประธานนั้น มีการอัญเชิญพระพุทธรูปขนาดใหญ่ขึ้นไปประดิษฐานบนแท่นหินทรายแทนศิวลึงค์เมื่อ พ.ศ. 2059 และจุดเด่นจุดหนึ่งที่น่าสนใจของเขาพนมบาเค็งนี้คือ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามซึ่งสามารถเห็นปราสาทนครวัด และบรรยากาศยามเย็นที่มีพระอาทิตย์ตกเป็นภาพที่สวยงามที่นักท่องเที่ยวนิยมกันเป็นอย่างมาก
 
5. ปราสาทตาพรหม (Prasat Ta Prohm)
ตั้งอยู่เมืองพุกาม พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกอง เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำพื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว มีความสูงราว 53 เมตร และยังเป็นเจดีย์ทองแห่งชัยชนะที่พม่ามีเหนือมอญ สร้างโดยพระเจ้าอะนอรธา วีรกษัตริย์ผู้สถาปนาอาณาจักรพุกามอันยิ่งใหญ่ นอกจากนี้พระมหาธาตุชเวสิกองมีความอัศจรรย์ 9 ประการอีกด้วย
 
6. ปราสาทบันทายศรี (Banteay Srei)
เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง  ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร
 
7. เสียมราฐ (Siem Reap)
หรือชื่อท้องถิ่นว่าเสียมเรียบเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ อยู่ริมฝั่งทะเลสาบเขมร ห่างจากกรุงพนมเปญ 314 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 5 ชั่วโมงคำว่า "เสียมเรียบ" ในภาษาเขมรนั้น หมายความว่า "สยามราบ" คือ สยามแพ้ ส่วน "เสียมราฐ" ในภาษาไทยนั้น หมายถึง "ดินแดนของสยาม" เป็นที่เข้าใจว่า ชื่อ "เสียมเรียบ" ตั้งขึ้นใหม่แทน "เสียมราฐ" หลังจากที่ใน กรณีพิพาทอินโดจีน พันตรีแปลก พิบูลสงคราม ผู้บัญชาการกองทัพอีสานและบูรพาในขณะนั้น ได้เคยบุกข้ามชายเดนขับไล่ฝรั่งเศสออกจากดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง พระตะบอง และเสียมราฐ แต่แพ้ปัจจุบันนี้ จังหวัดเสียมราฐเป็นที่รู้จักดีในฐานะเป็นที่ตั้งของนครวัด และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นอีก อาทิ หมู่ปราสาทหินจากอาณาจักรขอม ได้แก่ ปราสาทนครวัด, กลุ่มปราสาทนครธม, (ตาพรหม และบายน, บันทายศรี, บากอง, โลเลย, พนมบาเค็ง, พนมกุเลน และ บารายตะวันตก)
 
8. พนมกุเลน (Phnom Kulen National Park)
เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สำคัญในประเทศกัมพูชาบนเทือกเขาพนมกุเลนยังเป็นต้นแม่น้ำไหลผ่านแผ่นทับหลังรูปสลักน้ำในลำธารนี้ชาวกัมพูชาเชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ศักดิ์สิทธิ ใช้ในการพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒสัจติยา และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนีอีกด้วย ซึ่งคำว่าพนมในภาษากัมพูชานั้นหมายถึง ภูเขา  กุเลนหมายถึงต้นลิ้นจี่ ในอดีตพนมกุเลน เป็นที่ประทับของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 แต่ไม่มีหลักฐานปรากฎว่าพระองค์ทรงประทับที่พนมกุเลนนานเท่าไร และเมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ก็เสด็จกลับมาครองราชย์ที่หริหราลัย หลังจากนั้นมาอีก 300 ปี จึงมีการสร้างปราสาทนครวัดขึ้นร่องรอยของปราสาทบนเขาพนมกุเลนจึงพบเป็นปราสาทหลังเล็กๆและมีสภาพทรุดโทรมมีเพียงแต่ศิวลึงค์ที่ถูกแกะสลักอยู่ใต้น้ำนับพันอันที่ยังคงสภาพดีอยู่ ซึ่งศิวลึงค์นับพันองค์ที่อยู่ใต้น้ำนั้น เป็นของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย บูชาศิวลึงค์ว่าเป็นต้นกำเนิดของสรรพชีวิต ศิวลึงค์นั้นก็คืออวัยวะเพศชายแทนพระศิวะ และฐานโยนีที่ล้อมรอบศิวลึงค์ ก็คืออวัยวะเพศของเพศหญิง ซึ่งก็คือนางอุมาเทวีชายาของพระศิวะ และมีความเชื่อของชาวฮินดูที่ว่าตราบใดที่อวัยวะทั้งสองยังอยู่ด้วยกัน ตราบนั้นโลกจะอยู่เย็นเป็นสุข นอกจากนี้ชาวฮินดูยังมีความเชื่อว่าพนมกุเลนเป็นที่ตั้งของมเหนทรบรรพต มเหนคร หมายถึง พระศิวะ ส่วนบรรพตนั้นหมายถึง ภูเขา ความหมายของเมืองจึงเป็นที่อยู่ของพระศิวะ พนมกุเลนจึงเป็นนิมิตรรูปของเขาพระสุเมรุราชที่มี 109 ยอด ยอดสูงสุดคือยอดเขาไกรลาศ เป็นที่อยู่ของพระศิวะ และพระนางอุมาเทวี และพนมกุเลนยังเป็นสัญลักษณ์ของเขาหิมาลัย ที่มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลลงมาจากธารสวรรค์
 
9. ตลาดไนท์มาเก็ต (Angkor night market)
เป็นตลาดค่ำของชาวเสียมเรียบ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเดินซื้อของที่ระลึกมากมาย อาทิเช่น ไม้แกะสลัก เสื้อลายนครวัต และสปาปลา เป็นต้น
 


Earththaitravel.com 2009 - All Rights Reserved
เอิร์ธ แทรเวล แอนด์ ออร์แกนไนซ์เซอร์ 793 ถนนลาซาล แขวง/เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร. 02 361 2955 แฟกซ์ 02 7487330 Email: sale@earththaitravel.com | wattana@earththaitravel.com